อ้ ไม่คิดเลยว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงฉินจะอ่านบทกวีด้วย”“ครับ ครับ แต่มือผมกลับเปียกนี่สิ”ฉินเฉายิ้ม “จะให้พูดอีกที ผมยังศึกษาบทประพันธ์มาอีกสองประโยคด้วยนะ”ถึงฉินเฉาจะดูเป็นนักเลงหัวไม้ แต่ทางครอบครัวของเขาก็ศึกษาบทประพันธ์มาจริง ๆ“โอเค ฉันรู้แล้วว่านายเป็นนักกวีผู้ยิ่งใหญ่ แต่นักกวีผู้ยิ่งใหญ่ต้องกินจุไม่ใช่เหรอ พวกเราจะกินหม้อไฟแบบบุฟเฟ่ต์หรือแบบธรรมดากันดีล่ะ? แบบบุฟเฟ่ต์จะราคาถูกกว่าแต่รสชาติไม่ดีเท่ากินแบบธรรมดา”“งั้นกินแบบธรรมดาเถอะ”ฉินเฉายิ้ม “ถ้ากินหม้อไฟแบบบุฟเฟ่ต์ ผมคงจะหดหู่เพราะนึกถึงเรื่องราวในอดีต”“เรื่องมันผ่านไปแล้ว นายจะไปคิดถึงมันขึ้นมาอีกทำไมล่ะ”หลี่เสวี่ยส่งยิ้มให้ฉินเฉา “นายพูดถูกว่าพวกเราต้องมองไปข้างหน้า ถ้ายังมัวมาจมอยู่กับอดีตก็จะไม่มีวันเดินต่อไปได้”เมื่อฉินเฉาเห็นรอยยิ้มของหลี่เสวี่ย หัวใจของเขาก็สั่นสะท้านไปเล็กน้อยหลี่เสวี่ยพูดถูก ยิ่งกว่านั้นหากพูดถึงเรื่องในอดีต เรื่องของเธอนั้นหนักกว่าเขามากสามีของเธอเสียชีวิตในวันที่เธอแต่งงาน และยังต้องมีพ่อสามีที่เป็นภาระมันไม่ง่ายเลยที่จะพูดแบบนี้ ในเมื่อเธอต้องเจอเรื่องราวที่หนักกว่าเขาเธอยังมองโลกในแง่ดีได้ แล้วทำไมเขาถึงยังต้องมาจมปลักกับเรื่องในอดีตอยู่ล่ะอดีตก็คืออดีต ไม่ต้องเก็บมันขึ้นมาคิดอีก“พนักงาน ช่วยหาห้องส่วนตัวเงียบ ๆ ให้พวกเราด้วยค่ะ”หลี่เสวี่ยไม่ชอบสถานที่ที่มีเสียงดัง เธอจึงกล่าวกับพนักงานต้อนรับ“ค