“การพัฒนานิกายหลัวซาในตอนนี้เป็นไปอย่างราบรื่นดีค่ะ”เสี่ยวไป๋ที่แต่งกายในชุดดำยืนอยู่ในห้องทำงานของฉินเฉา และกำลังรายงานสถานการณ์ความคืบหน้าของการพัฒนานิกายหลัวซาในช่วงนี้ให้เขาฟัง “นอกจากการยั่วยุจากคนของพันธมิตรชิงหงที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆแล้ว สำนักอื่นยังคงสงบอยู่ ส่วนนิกายหยานลั่วนั้นยังไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆ”“อืม”ฉินเฉามองดูหนังสือพิมพ์ฉบับวันนี้ ด้านหน้ามีถ้วยชาวางอยู่บนโต๊ะ บนหน้าหนังสือพิมพ์มีภาพของกลุ่มทหารผ่านศึกที่เกษียณอายุราชการ “มีคำกล่าวเอาไว้ว่าก่อนพายุใหญ่จะมา คลื่นลมมักเงียบสงบที่นิกายหยานลั่วไม่เคลื่อนไหวในตอนนี้ คงจะวางแผนอะไรเอาไว้แน่นอน เธอต้องระวังพวกนั้นเอาไว้ให้ดี เฉินตงคนนั้นร้ายกาจมาก”“ทราบแล้วนายท่านฉิน ฉันจะระวังให้มากขึ้น”เสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดต่อ “การพัฒนาขององค์กรหลัวซานั้นดีมาก อันดับของเราแซงสเกลตั้นจนกลายเป็นองค์กรอันดับหนึ่งไปแล้วแต่พวกเราก็ยังได้รับภารกิจฆ่าล้างแค้นอยู่หลายภารกิจเช่นกัน ซึ่งก็น่าปวดหัวอยู่บ้าง”“อืม ที่พวกเราตั้งใจจัดตั้งองค์กรหลัวซาขึ้นมาแต่แรกก็เพื่อฝึกฝนคนในนิกาย”ฉินเฉาพิจารณาอยู่สักพักแล้วพูดว่า “ดังนั้นก่อนที่เธอจะรับงานก็อย่าลืมตรวจสอบดูก่อนล่ะ ฉันไม่อยากให้องค์กรหลัวซามีชื่อเสียงในด้านเดียวกับสเกลตั้น”“ค่ะ นายท่านฉินมั่นใจได้เลย แต่ละภารกิจที่เรารับเป็นภารกิจที่โปร่งใส ฉันตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนจะเริ่มงานทุกครั้ง ฉันจะไม่ปล