ราตรีเงียบสงัดดุจสายน้ำหลาก
โดนจ้าวหนิงตะเพิดพ้นกระโจมเป็นหนที่สาม องค์หญิงต๋าต้าน ‘ท่าน่า’ กระทืบเท้าเร่าด้วยโทสะสุมอก ท้ายที่สุดจำต้องพับเก็บภารกิจ ถอยกรูดพลางถลึงตาอาฆาตใส่กระโจมไม่วางตา
กระโจมของจ้าวหนิงคับแคบกว่ากระโจมข่านหลายส่วน หีบสมบัติที่ท่าน่าขนมากองพะเนินล้นทะลัก บีบพื้นที่จนแทบไร้ที่ซุกหัวนอน
แม้มิใช่พวกละโมบ ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับภูเขาทองคำ จ้าวหนิงอดเผยรอยยิ้มกว้างมิได้ ขุมทรัพย์ก้อนนี้มากพอให้เขากว้านซื้อยอดฝีมือระดับคุมปราณจัดตั้งกองพันรบได้อีกกอง
นี่สิ… ผลประโยชน์แท้จริงที่จับต้องได้
ยามไฟสงครามจ่อคอหอย เพื่อดับโทสะและผูกมิตรกับผู้กุมชะตา ข่านต๋าต้านไม่เพียงประเคนภูเขาทอง แต่ถึงขั้นส่งธิดาในไส้มาทอดกายปรนนิบัติ นับว่าทุ่มหมดหน้าตัก
ว่ากันตามจริง มูลค่าขององค์หญิงคนโปรดย่อมทัดเทียมขุมทรัพย์ ทว่าในสายตาจ้าวหนิง สตรีที่แปลงเป็นเงินตราและเสบียงกรังมิได้ ย่อมไร้ค่าสิ้นดี
เขามิใช่นักพรตจำศีล หลายปีมานี้หอนางโลมก็เหยียบย่างไม่ขาด สาวใช้ห้องข้างก็มีพร้อม หญิงงามทอดสะพานแล้วใจไม่สั่นไหว ย่อมผิดวิสัยบุรุษหนุ่มเลือดเดือด การแสร้งทำตัวเป็นวิญญูชนใจหิน หากมิใช่ไร้น้ำยา ก็คงเพราะสตรีนาง