หารที่นายกินในวันนี้ เมื่อถึงวันที่นายตายไป นายก็เอามันไปไม่ได้ เมื่อถึงตอนนั้น นายก็จะพบว่าที่จริงแล้วทุกสิ่งล้วนแต่ว่างเปล่า”“พูดไปก็เปล่าประโยชน์”ซื่อเจิ้งคังเบ้ปาก “กับคนที่ไม่เคยกินองุ่นแล้วบอกว่ามันเปรี้ยว มันไม่มีความหมายอะไรกับฉัน เงิน 1 ล้านวางอยู่ที่นี่ ฉันให้แกเลือกว่าจะรับมันแล้วไสหัวออกไป หรือว่าจะให้พวกเราไล่แกออกไป ถ้าเป็นอย่างหลัง ฟางเหวินแกก็จะไม่ได้เห็น แล้วเงินแกก็จะไม่ได้ ถ้าแกมีสมอง แกคงรู้นะว่าควรจะเลือกตัวเลือกไหน”“หึหึ…..”ฉินเฉายื่นมือออกไป หยิบเช็คที่วางบนโต๊ะขึ้นมา“ดูสิ ฉันรู้ว่าไม่มีใครต้านทานอำนาจเงินได้” ซื่อเจิ้งคังเห็นฉินเฉาหยิบเช็คขึ้นมาก็แสยะยิ้ม “เงินนี้แกได้ไป ถือว่าไม่คู่ควร”“ก็จริง”ภายใต้สายตาที่จับจ้องของทุกคน หลังจากที่ฉินเฉาหยิบเช็คขึ้นมาเขาก็ทำการบีบนิ้วเบาๆ ฉีกเช็คขาดจากกัน“เงินนี้ไม่คู่ควรจริงๆ นั่นแหละ”“แก!”ซื่อเจิ้งคังตาเบิกกว้าง เขาไม่อยากจะเชื่อว่าฉินเฉาจะฉีกเช็คทิ้งจริงๆ“แม้แต่เงิน 1 ล้านก็ทำให้แกตัดใจไม่ได้อย่างงั้นเหรอ?”น˺าเสียงของเขาเพิ่งจะจบลง ฟางเหวินก็ถือสูทอาร์มานี่ที่แห้งแล้วเดินเข้ามาพอดีเธอสังเกตว่าพ่อแม่ของเธอปรากฏตัวขึ้น ทันใดนั้นเธอก็ตกใจ“พ่อ แม่ พวกคุณก็มาด้วย?”“เหวินเหวิน ลูกกลับมาแล้วเหรอ?”จิงลี่ยืนขึ้น ดึงแขนลูกสาวด้วยท่าทางใจดี ให้นั่งลงข้างๆ เธอ“ในเมื่อทุกคนอยู่กันพร้อมแล้ว เราก็จะมาพูดกันตรงๆ”ฟางไป่ชวนผู้เป็นหัวหน้