หนีจากสถานการณ์อึดอัดนี้“ดูท่าแล้ว ทุกคนที่อยู่ที่นี่คงจะอยากร่วมมือกับพวกเส้นทางปีศาจอย่างงั้นสินะ?”ชายในชุดสีเขียวที่ไว้เคราแพะออกหน้า มองดูสถานการณ์แล้วพูดขึ้น “ตั้งแต่อดีตกาล แปดสำนักใหญ่ล้วนแต่เป็นมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นต่อกัน ไม่คิดเลยว่าวันนี้พวกเจ้าจะยอมอยู่ภายใต้การกดขี่จากเส้นทางปีศาจ?”“ชิงเจินเหรินพูดอย่างนี้ก็ไม่ถูก”ถานไห่มองไปที่ชายเคราแพะในชุดเขียวแล้วพูดขึ้นว่า “วันนี้พวกเรามาที่นี่เพื่อเป็นสักขีพยานในการก่อตั้งนิกายหลัวซา ในเมื่อประมุขฉินของนิกายหลัวซาชนะพวกเรา แน่นอนว่าย่อมมีคุณสมบัติที่จะก่อตั้งนิกายหลัวซาขึ้น ข้ากำลังรออยู่พอดี รอคอยให้ฝ่ายธรรมะออกมาพูดถ้ามีคำที่อยากจะพูดก็พูดออกมา”“หึหึ…..”แต่ชายในชุดแดงที่ร่างไม่สูงนักเดินออกมา บนหน้าของเขามีรอยแผล ยามพูดมีน˺าเสียงแปลกๆ สีหน้าดุร้าย“เจ้าสำนักถาน ไม่คิดเลยว่าท่านที่เป็นเจ้าสำนักเขาซูซานจะออกปากเพื่อพวกปีศาจ แปลก ช่างเป็นเรื่องที่แปลกจริงๆ!”“หงเจินเหริน อย่าได้พูดชี้นำด้วยคำพูด”ถานไห่รู้ดีว่าชายคนนี้หมายความว่าอะไร เขาพลันชักกระบี่ออกมาแล้วพูดว่า “ถ้าเจ้าอยากจะหาเรื่องนิกายหลัวซา เจ้าสำนักคนนี้ก็จะไม่ยุ่งเกี่ยว เรื่องนี้ เป็นเรื่องบุญคุณความแค้นของเจ้าและนิกายหลัวซาข้าจะรอดู เพียงแค่ดู แต่จะไม่ลงมือเด็ดขาด”“ด้วยคำพูดประโยคนี้ ข้าจะเชื่อเจ้าสำนักถานสักครั้ง”“รักษาคำพูดด้วยล่ะ”ชายชุดเขียวที่อยู่ใกล้ๆ พูดออกมาสองคนนี