ในที่สุดโม่เทียนหยาก็ยืนขึ้น ชายคนนี้ดูฉินเฉาแสดงพลังอยู่นานพร้อมกับกัดฟันกรอดด้วยความเกลียดชัง“เทียนหยา อย่าออกไป”ถานไห่มองไปที่ลูกศิษย์ของตนผู้มีกายเซียนคนนี้แล้วพูดขึ้น“ไม่! ข้าต้องไป”โม่เทียนหยากัดฟันแล้วพูดว่า “ไม่ว่าจะเพราะเรื่องศิษย์พี่ หรือเพราะว่าความอับอายในวันนั้น! ต่อหน้าผู้คนที่มารวมตัวกัน ข้าต้องไป!ไม่อย่างนั้น เขาจะเป็นจิตมารในใจของศิษย์!”“……”ถานไห่อยากจะเอ่ยปากอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่พูด แล้วหลับตาลง“ประมุขฉิน ข้าจะเป็นคู่ต่อสู้ให้ท่านเอง”แม้ว่าจะกัดฟันจนเจ็บเพราะความเกลียดชังที่มีต่อฉินเฉา แต่ถึงยังไงก็ต้องพูดสุภาพไว้ก่อน เพราะตนเป็นฝ่ายธรรมะ ดังนั้น โม่เทียนเดินเข้าไป ประสานมือไว้ตรงหน้าอก ขณะที่สีหน้ามีท่าทางดูถูกเล็กน้อย“ที่แท้ก็สหายน้อยโม่นี่เอง ไม่เจอกันนาน นานแล้วที่ไม่เจอกัน”ฉินเฉามองไปที่ผู้เป็นที่รักของพระเจ้าคนหนึ่งของเขาซูซานคนนี้แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ครั้งก่อนก็พ่ายแพ้ต่อข้าไปแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ก็อยากออกมาขายหน้าอีกอย่างงั้นเหรอ?”“หึหึ!”โม่เทียนหยาหัวเราะออกมา “ครั้งก่อน เป็นเพราะเจ้าพึ่งพากระบี่หยินหยางราชันย์มารหรอก ฉินเฉา ด้วยแมวสามขาอย่างเจ้า การเติบโตของเจ้านั้นช่างเชื่องช้า! อย่างดีที่สุด เจ้าก็เป็นผู้ฝึกตนในขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งระดับสุดท้ายเท่านั้น!”คำพูดของโม่เทียนหยาทำให้ร่างของฉินเฉาสั่นบางที ก็จริงอย่างที่พูด…..เขาในตอนนี้ก็มีพลังอยู่