นวายนี้”“ไป๋ซุนเจ่อไม่ต้องเกรงใจ”ชิงซิ่วเมื่อเห็นผู้หญิงคนนี้ ทันใดนั้นก็จำได้ว่าเป็นเธอที่เป็นคนไปส่งบัตรเชิญ ซุนเจ่อของนิกาย เสี่ยวไป๋นางชีเฒ่าคนนี้ไม่สนใจเรื่องมารยาทพวกนี้ เธอโบกมือและพูดว่า“ได้ยินมาว่าประมุขฉินเปิดนิกาย ตั้งธงนิกายหลัวซาขึ้นมา พวกเราสำนักง๊อไบ๊ 1 ใน 8 สำนักใหญ่ฝ่ายธรรมะ แน่นอนว่าต้องมาเยี่ยมตามคำเชิญอยู่แล้ว”“นับว่าเป็นเกียรติของนิกายหลัวซาของเราจริงๆ ที่ท่านมาเยือนต้องขอโทษพวกท่านด้วยที่นิกายของเราออกจะด้อยไปหน่อย!”เสี่ยวไป๋ก็ตอบกลับอย่างไม่ด้อยไปกว่ากัน “นางเซียนทุกท่าน เชิญค่ะ”ตามมือของเสี่ยวไป๋ ทุกคนต่างมองดูเห็นรอบๆ ทะเลสาบตอนนี้จัดแต่งเฟอร์นิเจอร์เรียบร้อยแล้วและในที่หนึ่ง มีสัญลักษณ์บอกว่าเป็นที่ของสำนักง๊อไบ๊หุบเขาเฟินม๋อตั้งอยู่อย่างน่าประทับใจ“ดูเหมือนประมุขฉินจะใส่ใจจริงๆ ถึงกับเตรียมที่ไว้ให้พวกเรา”ชิงซิ่วหัวเราะและพูดขึ้น“ท่านประมุขบอกว่าวันนี้เป็นงานเปิดนิกาย คนที่คิดจะเข้าร่วมสนุก แน่นอนว่าต้องมีมาก ที่นั่งของ 8 สำนักใหญ่ แน่นอนว่าต้องจัดเตรียมไว้ ไม่อย่างนั้น พวกเราคงถูกหัวเราะว่าไม่มีมารยาท”“งั้นคงต้องรบกวนประมุขฉินแล้ว”หลังจากปั้นหน้าทักทายกันแล้ว ชิงซิ่วก็ไม่พูดอะไรอีก โบกมือ ไม่ต้องให้เสี่ยวไป๋นำทาง พาลูกศิษย์ของตนไปนั่งที่แต่พวกเธอไม่ใช่พวกแรกที่มา ใกล้ๆ กันนั้น มีคนของเขาฮัวซานบู๊ตึ๊ง และเขาซงซานอยู่แปดสำนักใหญ่มาถึงแล้วสี่ สี่สำนักนี้ ใน