ถรับได้ห้าสิบคนควรจะยิ้มได้แล้ว!”“เรื่องที่จะคุยมีแค่นี้ใช่มั้ย?”โดยไม่รอให้จ้าวจิงจิงพูด ฉินเฉาก็ถามออกมาก่อน“ฉันเป็นคนมีเหตุผล”ลุงหงใช้ฝาถ้วยละเลียดน˺าชา พูดอย่างไม่ช้าไม่เร็ว “นี่เป็นการเสนอเงื่อนไขให้ ถ้ารับได้ เราก็คุยกันต่อ”“คุย คุยกับลุงแกสิ!”เสี่ยวหู่ด่ากราดออกมา “ฟังจากที่แกพูด เหมือนกับสำนักเราเปิดร้านขายควายอย่างงั้นแหละ!”“เสี่ยวหู่ หุบปาก!”จ้าวจิงจิงรีบส่งสายตาให้เสี่ยวหู่แต่ในตอนนี้เอง มุมปากของลุงหงก็กระตุกเบาๆ เหมือนจะนานแล้วที่ไม่มีคนกล้าด่าเขาคนที่อยู่ในชั้นสองต่างพากันลุกขึ้น มองไปที่ผู้สืบทอดเพลงหมัดตระกูลหลิวทั้งสามด้วยสายตาแข็งกร้าว“เจ้าหนู กล้าด่าลุงหง ฉันว่าแกคงอยากเจ็บตัวซะแล้ว!”ต้าฮ่าวบีบลูกแก้วจนมีเสียงแตกดังมา ขณะเดียวกันก็มองมาด้วยสายตาคุกคาม“เขายังเด็ก อารมณ์เลยร้อน หวังว่าผู้จัดการท่านนี้จะไม่โกรธ”จ้าวจิงจิงรีบออกตัวแทนเสี่ยวหู่“ศิษย์พี่ คุณนั่งลง”ในตอนนี้ ฉินเฉาได้ยื่นมือกดไหล่จ้าวจิงจิงเบาๆ กดให้เธอนั่งกลับลงไป“ตรงหน้าคุณนี้… พวกมันไม่ใช่คน แต่เป็นแค่หมาป่ากลุ่มหนึ่ง ที่ต้องการจะกินเรา คุณอดทนไปก็เปล่าประโยชน์”“แต่… แต่ตอนมานี่ พ่อบอกฉันว่าให้อดทน อย่าใช้อารมณ์…..”จ้าวจิงจิงกำหมัดที่จริงเธอก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน ถ้าเป็นตอนอยู่ญี่ปุ่น เธอคงลงมือจัดการไปนานแล้วแต่นี่ต่างกัน เธอเป็นเจ้าสำนัก ต้องดูแลสำนัก เธอไม่อยากทำให้สำนักนี้ล่มไป“แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องที