“ในเมื่อความจริงออกมาแล้ว งั้นทำไมเราไม่มาคุยเรื่องค่าชดใช้กันล่ะ?”ฉินเฉาถามอย่างไม่ยอมปล่อย“หึหึ ประมุขฉินพูดอย่างนี้ไม่ถูก”เจ้าสำนักชิงเม่ยพูดพร้อมยิ้มบาง “ไม่ใช่ว่าประมุขฉินได้ดอกบัวแปดกลีบของสำนักข้าไปแล้วหรอกเหรอ? นี่คือเป็นค่าชดใช้ที่ดีที่สุดที่เรามอบให้กับประมุขฉิน”“นี่…..”ฉินเฉาพูดไม่ออกไปนาน สุดท้ายก็พูดขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ว่า “เจ้าสำนักชิงเม่ย นี่เหมือนจะบังคับกันกลายๆ นะ ดอกบัวแปดกลีบเห็นชัดๆ ว่าตั้งใจฆ่าข้า ถ้าข้ารับไม่ได้ ข้าคงถูกฆ่าทิ้งที่นี่แล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นสำนักง๊อไบ๊ท่านจะทำยังไง?”“ประมุขฉินเชื่อว่าคงไม่ถูกทารุณที่นี่หรอก สำหรับดอกบัวแปดกลีบนั้น ไม่ใช่ว่าท่านรับได้ง่ายๆ เลยไม่ใช่เหรอ?”เจ้าสำนักชิงเม่ยไม่โกรธ กลับกัน เธอพูดขึ้นยิ้มๆ ความหมายในคำพูด แน่นอนว่าเข้าใจได้ฉินเฉาได้ยินเจ้าสำนักชิงเม่ยพูดอย่างนี้ รู้ดีว่าพูดอะไรไปก็ไม่เกิดประโยชน์หลังจากนี้เขาก็ไม่อยากจะเป็นศัตรูกับสำนักง๊อไบ๊ หุบเขาเฝินม๋อด้วยตอนนี้เขาต้องสนับสนุนการพัฒนานิกาย ถ้ามีศัตรูทั่วทุกสารทิศนั่นไม่เป็นผลดีกับการพัฒนานิกาย ถือโอกาสนี้ให้สำนักง๊อไบ๊ติดหนี้ตนจะดีกว่า“เมื่อเป็นอย่างนี้ เรื่องนี้ถือว่าเข้าใจกัน ข้าคนนี้ก็จะไม่ขอกล่าวโทษอีกต่อไป”ฉินเฉาไม่ต้องการอยู่ที่นี่ต่อ เขาออกมานานแล้ว ถึงเวลาต้องกลับซู่หนานสักที“เอาล่ะ เพราะว่าหุบเขาเฝินม๋อของเรามีแต่ผู้หญิง ดังนั้นจึงไม่สะดวกที่จะให้ประมุขฉินเ