งเธอแต่ครั้งนี้ฉินเฉามาเพื่อขอคำอธิบาย ถ้าไม่ทำตัวแข็งกร้าวเข้าไว้การมาครั้งนี้ไม่ใช่ว่าเสียเปล่าหรอกเหรอ“ประมุขฉิน ศิษย์น้องชิงซิ่ว พวกเจ้าไม่ต้องกังวล”เจ้าสำนักชิงเม่ยที่มองดูอยู่ด้านข้างพลันโบกมือแล้วพูดขึ้นว่า “ในเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างก็เชื่อในความคิดของตน ถ้าอย่างนั้น ทำไมพวกเจ้าไม่ปราชันกันซะเลยล่ะ ประมุขฉินก็จะฉวยโอกาสนี้แสดงค่ายกลกระบี่ของตนออกมา ส่วนศิษย์น้องชิงซิ่วก็พาเหล่าศิษย์สักหลายคน แสดงค่ายกลกระบี่หยางเทวะออกมา เมื่อแสดงค่ายกลกระบี่ของประมุขฉินและค่ายกลกระบี่หยางเทวะออกมาเทียบกัน แค่นี้พวกเราก็รู้แล้ว”“ข้อเสนอของเจ้าสำนักชิงเม่ยถือว่าดี”ฉินเฉาพยักหน้าแล้วพูดว่า “แต่ว่าให้หนึ่งต่อหลายคน ไม่คิดว่าออกจะเป็นการรังแกกันไปหน่อยเหรอ?”“หึหึ ประมุขฉินก็พูดไป” เจ้าสำนักชิงเม่ยหัวเราะแล้วพูดออกมา“ประมุขฉินยังหนุ่ม ทั้งความสามารถยังร้ายกาจจนไร้ใครเทียม เป็นถึงประมุขคนหนึ่ง ยังต้องสนใจเหล่าศิษย์ที่ไม่มีอะไรดีแค่ไม่กี่คนของข้าอีกเหรอ ประมุขฉินไม่คิดจะใจกว้างหน่อยเหรอ?”“โอ้ ข้าแค่กลัวว่าง๊อไบ๊ของท่านจะถูกรังแก พอแพ้แล้วมันจะไม่น่าฟังน่ะสิ”ฉินเฉาก็ไม่ยอมเหมือนกัน ตัวท่าน เจ้าสำนักชิงเม่ยวาจาร้ายกาจแล้วคิดว่าฉัน ฉินเฉาจะด้อยกว่าหรือไง?“ขอประมุขฉินวางใจ” เจ้าสำนักชิงเม่ยพูดขึ้น “ที่นี่คือหุบเขาเฝินม๋อ ที่ตั้งสำนักง๊อไบ๊ของเรา แม้ว่าง๊อไบ๊ของเราจะโชคร้ายพ่ายแพ้เข้า ก็จะไม่มีการเอาเรื่อง