“รอก่อน รอเดี๋ยวก่อน!”ฉินเฉามองไปที่รถที่หยุดอยู่ข้างๆ เขา ข้างในรถมีหญิงสาวผมหางม้ากำลังโบกมือให้เขา“สหายท่านนี้ ทุกคนล้วนไปทางเดียวกัน ทำไมไม่ขึ้นรถไปด้วยกันเลยล่ะ”“ความคิดดี”แต่ฉินเฉากลับยักไหล่แล้วพูดว่า “แต่เขาบู๊ตึ๊งไม่อนุญาตให้ขับรถส่วนตัวขึ้นเขาไป ถ้าจะขึ้นเขา มันมีวิธีอยู่”“โอ้?” สาวหางม้าได้ยินว่าไม่สามารถขับรถขึ้นไปได้ก็ร้องออกมา“แล้วจะขึ้นเขายังไง?”“นั่น!”ฉินเฉาชี้ไปที่บูธขายตั๋วที่อยู่ตีนเขา ที่นั่นมีลานจอดรถที่เต็มไปด้วยรถส่วนตัว มีทั้งแบบหรูและธรรมดา“จะขึ้นเขาต้องซื้อตั๋วแล้วฝากรถไว้ เขาบู๊ตึ๊งมีรถบัสรับส่งผู้โดยสารอยู่”เรื่องนี้ ก่อนหน้านี้หลี่ไป๋ซานได้บอกกับฉินเฉา“นั่นมัน น่าเบื่อชะมัด”สาวน้อยเบ้ปาก “ขับรถขึ้นเขาไม่ได้ นี่ก็เท่ากับขาดความสนุกไปเยอะเลย”“ทั้งหมดก็เพื่อตัวเธอ กลัวว่าเธอจะตกเขาไป” ฉินเฉายิ้ม “ในตั๋ว มีประกันชีวิตให้ด้วย”ถ้าเอาตามวิธีของฉินเฉา เขาคิดจะขี่กระบี่บินขึ้นเขาไปตรงๆ เลยแต่หลี่ไป๋ซานได้บอกปัดความคิดนี้ออกไป“คนนอกที่จะไปสำนักบู๊ตึ๊ง ต้องปีนเขาเช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวทั่วไปเพื่อเป็นการให้เกียรติ นายต้องรู้นะว่า สำนักบู๊ตึ๊งเป็นสำนักใหญ่การที่นายขี่กระบี่บินขึ้นเขาไปตรงๆ นั้น มันเป็นการไม่ให้เกียรติสำนัก!ถ้านายทำแบบนั้น นายเตรียมตัวรับการล้อมจับของนักพรตจากสำนักบู๊ตึ๊งนับพันได้เลย!”เพราะฉะนั้น ฉินเฉาจึงได้มาปรากฏตัวที่นี่“ช่างเป็นปัญหาจริงๆ …”สา