ของสำนักตัวเอง?”“โทษที ฉันไม่ใช่คนของบู๊ตึ๊งอีกแล้ว” หลี่ไป๋ซานยิ้มให้ฉินเฉา “ฉันไม่ใช่ผู้ฝึกตนอีกต่อไป ตอนนี้ ฉันคือหัวหน้าแผนกของสาขาที่เจ็ด กินเงินเดือนจากรัฐบาล ทำงานรับใช้รัฐบาล”“ทำงานรับใช้รัฐบาล? รัฐบาลต้องการธวัชเพลิงผลาญฟ้าไปทำอะไร”“นายไม่เคยได้ยินคำนี้เหรอ?” หลี่ไป๋ซานคาดหวังอย่างสูง ตบหน้าขาตัวเองแล้วพูดว่า “ขงจื้อได้บัญญัติไว้ว่า ในสมบัติห้าธาตุ ที่ทรงพลังที่สุดคือธวัชเพลิงผลาญฟ้า อาวุธที่ร้ายแรงขนาดนี้ ไม่อยู่ในมือของรัฐบาล แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่วางใจ”“ตกลง ฉันจะช่วยนายเอาธงนั่นมา”ฉินเฉาไม่มีวิธีปฏิเสธ เพราะว่าหลี่ไป๋ซานมักจะให้ของที่เขาต้องการก่อน จากนั้นค่อยเสนอเงื่อนไขเพื่อเติมเต็มความต้องการของตนอย่างคำกล่าวที่ว่า ยิ่งพูดน้อยยิ่งทรงพลังมองไปที่วิชากระบี่ลับในอ้อมแขนของตน ฉินเฉาก็ไม่อาจพูดปฏิเสธออกไปได้“ใช่แล้ว ฉันมีของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ที่ต้องมอบให้นาย”หลี่ไป๋ซานเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงยิ้มออกมา “อาร์ติแฟคเซียน!”เมื่อคำว่าอาร์ติแฟคเซียนนี้ถูกพูดออกมา ชีที่อยู่ใกล้ๆ ร่างก็พลันสั่นสะท้าน“อาร์ติแฟคเซียน?” ฉินเฉาเคยได้ยินหลัวเต๋อบอกว่า อาร์ติแฟคเซียนนี้ ทรงพลังยิ่งกว่าสมบัติห้าธาตุ“ใช่แล้ว อาร์ติแฟคเซียน” หลี่ไป๋ซานพยักหน้า จากนั้นก็พูดกับชีที่อยู่ใกล้ๆ ว่า “ชี เธอคิดจะให้กำไลนั้นกับฉินเฉาตอนไหน? เจ้าสำนักบู๊ตึ๊งมีเวทย์อาวุธร้ายกาจมากมาย เขาต้องการของป้องกันตัว”ชีมองผ่าน