ณ คอกม้าเบื้องหน้า บ่าวรับใช้ดูแลม้าผู้หนึ่งกำลังง่วนอยู่กับงาน แม้อายุเพียงสิบสี่สิบห้าปี ทว่าคิ้วกระบี่และนัยน์ตากลับฉายแววเด็ดเดี่ยวแน่วแน่เกินวัย ชนิดที่บุรุษวัยฉกรรจ์หลายคนยังยากจะเทียบเคียง เด็กหนุ่มผู้นี้คือเฝิงหนิวเอ้อร์ที่มิได้พบพานกันมาหลายเดือน
เขาทุ่มเทขัดสีฉวีวรรณม้าศึกอย่างแข็งขัน สายตาจดจ่อมิได้วอกแวกแม้แต่น้อย แม้ชายแดนเหนือยามปลายคิมหันต์จะเย็นสบาย ทว่าร่างของเฝิงหนิวเอ้อร์กลับชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อจนเสื้อซับในแนบเนื้อ
ทันทีที่จ้าวหนิงก้าวเท้าเข้าสู่ลานกว้าง ขุนพลร่างยักษ์กำยำดั่งพยัคฆ์หมีที่ยืนขนาบข้างจ้าวซิน ก็ก้าวอาดๆ เข้ามาประสานมือคารวะพร้อมรอยยิ้มร่า
“ท่านแม่ทัพ ผู้น้อยได้ยินกิตติศัพท์มาเนิ่นนาน ว่าท่านคืออัจฉริยะผู้บำเพ็ญเพียรในรอบร้อยปี เชี่ยวชาญทั้งขี่ม้าและเกาทัณฑ์ ในเมื่อบัดนี้ท่านเยือนลานซ้อมเป้าแล้ว ผู้น้อยหวังยิ่งนักว่าจะมีวาสนาประจักษ์เป็นขวัญตา”
ถ้อยคำฟังคล้ายนบนอบ ทว่าความพยศหยิ่งผยองที่แผ่ซ่านจากสายตากลับมิอาจปกปิด ดูทรงแล้วยามปกติในค่าย ชายผู้นี้คงเป็นผู้มีอิทธิพลล้นมือและได้รับความยำเกรงมิใช่น้อย
จ้าวหนิงกวาดตามองขุนพลรอบด้าน พวกเขาล้วนหยัดยืนขนาบข้างนายทหารร่าง