นรู้จักนายดี! ฮึ่ม!”“อย่ามาพูดเหลวไหล! ฉันจะไปสนใจเรื่องพวกนั้นได้ยังไง!” ฉินเฉาพูดกับซูจีราวกับผู้บริสุทธิ์ จากนั้นก็หันไปถามซูเฟยคำหนึ่ง“บอสซูครับ เกมลงโทษที่ว่ามันคืออะไร?”“แค่ก ๆ!” ซูเฟยสำลักบะหมี่ที่กินเข้าไปทันที เธอรีบเช็ดปากพร้อมกับกลอกตาใส่ฉินเฉา“เรื่องดี ๆ แบบนี้ ควรจะบอกต่อทุกคนถึงจะถูก!” ฉินเฉาไม่สนใจสองศรีพี่น้องที่จิกตามาที่เขา ทั้งยังพูดอย่างรอยหน้ารอยตา“นายไม่มีทางรู้ความลับของพวกเราหรอก ชิ!!!” ซูเฟยไม่สนใจความอยากรู้ของฉินเฉา เธอเรียกฉินหลิงที่นั่งทานอาหารกับพนักงานคนอื่น ๆ เข้ามาใกล้ ๆ“ฉินหลิง มานี่”“ผู้อำนวยการซู มีเรื่องอะไรคะ?”ฉินหลิงวางชามข้าวของตัวเองลง พร้อมกับเดินมาเอาการเอางาน“ไปบอกฝ่ายบุคคลด้วยว่า ให้ไล่หวังเหวินคุนออก”“ไล่กระบองไฟฟ้าหวัง ไล่หวะ… หวังเหวินคุนออกหรือคะ?” ไม่รู้ทำไม พูดอย่างนั้นสีหน้าของฉินหลิงขอแสดงความดีใจออกมายังปิดไม่มิด ซูเฟยไม่รู้ว่าทำไม แต่ฉินเฉารู้ เพราะว่าหวังเหวินคุนได้ด่าฉินหลิงด้วยคำพูดหยาบคายอย่างมากจะว่าไปแล้ว ผู้หญิงเป็นพวกใจแคบ ถ้าคุณทำไม่ดีกับเธอ ๆ จะจำมันไปตลอดชีวิต“เป็นอะไรฉินหลิงเธอคิดว่าไม่เหมาะอย่างงั้นเหรอ?” ซูเฟยคิดหรือว่าทำอย่างนี้มันจะรุนแรงไป“เหมาะสมอย่างยิ่งค่ะ! เหมาะสมอย่างทึี่สุดเลยค่ะ!” ฉินหลิงมองไปที่ผู้อำนวยการซูที่อยากจะไล่กระบองไฟฟ้าหวังออกจริง ๆ เธอจึงรีบพูดขึ้น “หวังเหวินคุน คน ๆ นี้ เขาใช้ความสัมพันธ์ที