นหน้ากากฟินิกส์ร้องออกมาด้วยความตกใจ“หายากนะ” ชายคนนั้นดื่มสไปร์ทลงไปแล้วพูดว่า “ไม่คิดว่าเธอจะรู้จักสุสานเก้ามังกรด้วย?”“มะ มันมีอะไรอยู่ในนั้น…..”เสียงของหญิงสาวคนนั้นดูสั่นๆ“อสูรภัยแล้ง” ชายคนนั้นพูดด้วยรอยยิ้ม “หัวหน้าของอสูรร้าย”“อะไรนะ?” หญิงสาวตกใจ “นายต้องการจะทำอะไรกันแน่?”“ปลุกเธอขึ้นมา” ชายคนนั้นยักไหล่ “เธอพักมานานแล้ว ควรขยับบ้าง”“นายจะปล่อยอสูรภัยแล้ง! นายบ้าไปแล้วเหรอ?” หญิงสาวคนนั้นอดพูดออกมาไม่ได้ “เมื่ออสูรภัยแล้งปรากฏตัว มันจะสร้างภัยพิบัติให้กับพื้นที่นับพันลี้!”“ที่เธอพูดนั่นเป็นแค่อสูรภัยแล้งที่เพิ่งจะวิวัฒนาการเท่านั้น” ชายคนนั้นลูบป้ายศิลาที่เย็นเฉียบ แล้วพูดว่า “ข้างใต้นี้ คืออสูรภัยแล้งที่แท้จริง เธอฉลาดกว่าคนธรรมดาทั่วไป เธอจะไม่ทำอันตรายใดๆ กับผู้หญิง แต่แน่นอนว่า เมื่อเธอกำเนิดขึ้น เธอจะต้องตาย และก็มีคนอื่นที่ต้องตายตามไปด้วย”“แล้วนายจะทำไปทำไม….” หญิงสาวในหน้ากากฟินิกส์ไม่รู้จะแย้งชายคนนี้ยังไงแต่ชายคนนั้นยังคงลูบป้ายศิลานั้นต่อไป สัมผัสถึงพลังจากโบราณกาลที่ส่งผ่านป้ายศิลาออกมา “อสูรภัยแล้งตนนี้ เป็นเชื้อสายของหนี่วาและบังเอิญเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ทำให้กลายเป็นผีดิบ มีเพียงคืนชีพเธอขึ้นมาใหม่ และอสูรร้ายที่สามารถคืนชีพขึ้นมาใหม่ได้ในโบราณกาลก็มีเพียงฟินิกส์ ไม่ใช่ว่าแฟนหนุ่มของเธอฝึกวิชาสกัดกลั่นเก้าเร้นลับ กำลังต้องการฟินิกส์พอดีหรอกเหรอ?”“เพื่อสิ่งนี้เ