“อากัส!” หลวงพ่อมีสีหน้าเจ็บปวด “แก แกกล้าเอากางเขนศักดิ์สิทธิ์ของฉันไป!”“ฉันมีคุณสมบัติพอๆ กับพระสันตะปาปา” อากัสแสยะยิ้ม เก็บกางเขนทองคำไว้ในกระเป๋าตัวเอง “นายไม่มีคุณสมบัติที่จะมีมันได้อีกอัศวินเทมพลาร์ เตรียมตัวจับตัวอาชญากรไปสอบสวน!”หลังจากพูดเสร็จเขาก็ถอยออกไปหนึ่งก้าว จากนั้นอัศวินเทมพลาร์สองคนก็เดินเข้ามา ในมือของพวกเขาแต่ละคนต่างพากันถือดาบยาว เตรียมที่จะจัดการกับหลวงพ่ออย่างเลือดเย็น“นี่คือความต้องการของสันตะปาปาเหรอ?” ท่าทางของหลวงพ่อดูชราลง“แน่นอน” หัวหน้าผู้ตัดสินอากัสพยักหน้า ถือไบเบิ้ลแนบอก ยิ้มแบบไม่มีพิษมีภัยกับมนุษย์และสรรพสัตว์“ฉันต้องการเจอหน้าสันตะปาปา ฉันต้องการรู้จากปากของเขาเอง…” หลวงพ่อมาเลโรดิ้น แต่เก้าอี้ก็ตรึงเขาไว้แน่น ทำให้เขาขยับไปไหนไม่ได้“ขอโทษด้วย กลัวว่าเราคงทำตามความปรารถนาสุดท้ายของนายไม่ได้”อากัสส่ายหัว “องค์สันตะปาปาบอกว่า ท่านไม่ต้องการเจอกับนาย”“อย่างงั้นเหรอ…” หลวงพ่อมาเลโรหลับตาพลางถอนหายใจ “ดูเหมือนว่าเขาจะลืมพวกเรา เหล่าเฒ่าชราไปแล้วจริงๆ …”“เอาล่ะ คำพูดไร้สาระที่เหลือ ไว้ไปพูดกับซาตานในนรกแล้วกัน”อากัสเหมือนจะใจร้อน “มาเลโร นายเป็นสมาชิกของคริสตจักรโรมันแต่กลับพาคนนอกรีตเข้ามาที่นครรัฐวาติกันอันศักดิ์สิทธิ์ของเราอาชญากรรมที่หนักหนานี้ ถือเป็นการทรยศต่อคริสตจักร แต่เห็นแก่คุณความดีของนาย เราจะให้ตายอย่างมีเกียรติในวิหารแห่งนี้”“ขอพระเจ้า