ันใหญ่มาก ความกดดันที่ได้รับจึงมากตามแต่ตอนนี้มันต่างไปแล้ว ด้วยฐานะที่เขามีตอนนี้ เมื่อเทียบกับซูเซียงปิงแล้ว ไม่รู้ว่าเหนือกว่ากี่ขั้นสังคมนี้ ใครรวยกว่าคือพระเจ้าเพียงคำพูดไม่กี่คำก็ทำให้บางคนกลับไปยากจนได้แล้วฉินเฉายืนอยู่หน้าบ้านหลังนี้ มองเข้าไปในบ้าน ก็อดถอนใจไม่ได้“ตอนเจอพ่ออย่าทำตัวหลุกหลิกล่ะ มันดูแย่ พ่อฉันไม่ชอบ”ซูเฟยหันมา พร้อมกับจัดเสื้อสูทให้ฉินเฉาอย่างอ่อนโยนเธอจัดอย่างระวัง จนกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นตราเล็กๆ บนคอเสื้อ ร่างของเธอก็พลันสั่น“จริงๆ ด้วย ดูเหมือนว่านายตอนนี้จะรวยมาก ทั้งยังฐานะที่สูงอีก”ซูเฟยถอนใจ “สูทตัวนี้ของนาย กลัวว่าจะไม่อาจจะประเมินค่าได้”“คุณถอนใจทำไม!” ฉินเฉารู้สึกแปลกใจ“เพราะนายตอนนี้ไม่ใช่ยามตัวเล็กๆ ที่ฉันเคยรู้จักอีกแล้ว” ซูเฟยพูด ในตาก็เหมือนกับหวนระลึกไปถึงวันวาน “ในตอนนั้น แม้ว่านายจะไม่มีเงิน แต่ว่าฉันยังจำได้ดี นายได้ช่วยชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งที่กระโดดลงมาจากดาดฟ้า เรื่องนั้นมีเพียงคนสองประเภทเท่านั้นที่ทำได้ หนึ่งคือคนโง่ และสองคือคนบ้า”“เอิ่ม?” ฉินเฉาพูดไม่ออก “แล้วคุณว่าผมเป็นคนประเภทไหน?”“นายเหรอ?” ซูเฟยมองเข้าไปในตาเขา “นายมันทั้งบ้าและก็โง่”“ผม….เชี่ย……”“ไม่รู้ว่านายจำได้มั้ย ในตอนนั้นนายเป็นแค่ยาม แม้แต่หวังเหวินคุนก็สามารถกดหัวนายได้ แต่นายกลับกล้าตอแยฟางหัวเพื่อความถูกต้อง โดยที่แม้แต่ฉันก็ยังไม่กล้า นี่ทำให้ฉันรู้สึกชื่นชมนายอย่า