ลุยไฟก็ไม่แม้แต่กะพริบตา เข้าใจนะ!”“ได้ฟังคำนี้ของคุณชาย ฮัวเหนียงก็สบายใจแล้ว” รู้ว่าฉินเฉาเป็นพวกทำตามอารมณ์ ฮัวเหนียงจึงยิ้มแล้วพยักหน้าเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของฉินเฉา ในใจฮัวเหนียงก็รู้สึกทั้งหวานและเจ็บในปีนั้น นอกจากเจี่ยวเจียว ท่านอาจารย์ และคนนั้นแล้ว ก็ไม่มีใครที่จะทำให้เธอรู้สึกดีได้อีกมีคำหนึ่ง ที่ท่านอาจารย์มักจะพูดกับเธอเสมอลูกศิษย์เอ๊ย หัวใจคนเรานั้นหลากหลายไม่เพียงแต่จะพูดกับฮัวเหนียงเท่านั้น นอกจากงูอสูรอย่างพวกเราแล้ว ผู้ฝึกตนคนอื่น ผู้ฝึกตนปีศาจ ผู้ฝึกตนพุทธะ ต่างก็มีทั้งดีและไม่ดีขณะเดียวกัน ท่านก็เตือนฮัวเหนียง ว่ามนุษย์นั้นมีอคติต่อสิ่งมีชีวิตอื่น นอกจากมนุษย์ด้วยกันแล้ว พวกเขาต่างดูถูกสิ่งมีชีวิตอื่นๆต่อให้ไม่ไปทำร้ายคนอื่น ฝึกฝนหลายร้อยปีจนวิญญาณบริสุทธิ์ ในสายตาของพวกมนุษย์ อสูรก็ยังเป็นสิ่งชั่วร้ายนอกจากฉินเฉาแล้ว ตลอดหลายปีมานี้ ฮัวเหนียงก็ไม่พบคนที่มีความคิดแบบเขาอีก นอกจากลูกศิษย์ของเส้นทางปีศาจคนหนึ่งเขาเป็นลูกศิษย์ของนิกายอู๋จี๋ ฝึกชีพจรปีศาจไร้สิ้นสุด ใน 6 สำนักใหญ่ของเส้นทางปีศาจนั้น นิกายอู๋จี๋เป็นนิกายที่แข็งแกร่งที่สุด นิกายอู๋จี๋ นิกายซิวลั่ว และนิกายหลัวซา ทั้งสามนิกายนี้เป็นนิกายที่แข็งแกร่งส่วนนิกายเหยียนลั่ว นิกายอสูร และนิกายฮวงจี๋อ่อนกว่าพวกเขาในช่วงที่หลัวเต๋อมีชีวิตอยู่ เขานำนิกายหลัวซาจัดการผู้เชี่ยวชาญจากนิกายปีศาจหลายคน แต่เพราะความดัน