เป็นยังไง แล้วก็พลันเงียบไป สีหน้าของเขาค่อยๆ สลดลง เทอโมมิเตอร์ที่คาบอยู่ที่ปากแทบหลุดออกมา“นอกจากนี้ ฉันยังได้วัดอุณหภูมิร่างกายนายเป็นพิเศษ โดยการเสียบเทอโมมิเตอร์เข้าไปที่รูทวารของนายอีกด้วย”หูเกอเมื่อเห็นสภาพของฉินเฉา เธอจึงเอ่ยเตือนเขา“ถุย!” ฉินเฉารีบคายเทอโมมิเตอร์ออกมาทันที สีหน้าของเขากลายเป็นน่าเกลียด ราวกับกำลังกิน…แค่กๆ …ไอ้นั่นแหละหูเกอรีบมองลงไปที่มือที่จับเทอโมมิเตอร์ไว้ พร้อมกับมองระดับอุณหภูมิที่แสดงอยู่บนนั้น“วางใจน่า เราฆ่าเชื้อแล้ว” สาวน้อยพูดเสริมขึ้นมา“ฆ่าเชื้อแล้วก็ไม่ได้!” ฉินเฉาอยากจะกระโดดลงจากเตียง แต่ก็พบว่าร่างของตัวเองยังคงปวดอยู่ ราวกับมันกำลังจะฉีกออกเป็นชิ้นๆแม้ว่าใจจะไม่ยินยอม แต่เขาก็ทำได้เพียงส่งสายตาไม่พอใจไปให้หูเกอเท่านั้น“ล้อนายเล่นหรอกน่า นี่เป็นเทอโมมิเตอร์อันใหม่” หูเกอยิ้มจนตาหยี ขณะที่ฉินเฉาต้องกัดฟัน“ช่างมัน แล้วฉันจะฟื้นคืนลมปราณของฉันได้ยังไง”หูเกอเก็บเทอโมมิเตอร์ไว้ จากนั้นก็นั่งลงข้างเตียงฉินเฉา“ไม่มีลมปราณ ฉันก็ไม่สามารถปกป้องซูจีได้….” สีหน้าของฉินเฉาดูหดหู่ “ฉันไม่รู้ว่าตัวเองตอนนี้ จะยังทำอะไรได้อีก…”ฉินเฉาเงยหน้าขึ้น มองไปที่ผีดิบสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ “หูเกอ เธอมีชีวิตมานานแล้ว คงจะรู้อะไรมากมาย บอกฉันได้มั้ย ว่าฉันควรทำยังไง?”“ก็จริงอยู่…แต่อย่าพูดเหมือนกับผู้อื่นเป็นยัยแก่อย่างนั้นสิ….”หูเกอเอามือลูบแก้มที่เปล่งปลั่งมีน˺ามีนวลข