“ฉันล่ะขี้เกียจพูดกับเจ้านี่จริงๆ …..” ฉินเฉาเบ้ปากอย่างอดทนแก่นปีศาจในร่างของเขาโคจรอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายในร่าง มันดูดกลืนพลังวิญญาณของฝั่งตรงข้ามอย่างกระหาย ราวกับจอมตะกละเทาเที่ย(กลัทโทนี่) มันกลืนกินเข้าไปจนหมดสิ้น แม้แต่เลือดและเนื้อก็ไม่เหลือเปลวเพลิงหกชนิดทำให้ฉินเฉาข้ามผ่านขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งระดับกลางเข้าสู่ระดับสุดท้าย ตอนนี้ เมื่อดูดซับวิญญาณของปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วนเข้ามา ทันใดนั้นก็ทำให้พลังของเขาเต็มเปี่ยม เข้าสู่วิญญาณแรกก่อตั้งระดับสุดท้ายขั้นสูงสุดรู้สึกถึงพลังในร่างที่เอ่อล้นออกมา มุมปากของฉินเฉาก็ยกขึ้น ไม่อาจข่มกลั้นใบหน้าที่ยิ้มแย้มเอาไว้ได้“ไม่คิดเลยว่าจะเก็บเกี่ยวได้มากขนาดนี้ ดูเหมือนว่าพรข้อที่ห้าจะคุ้มค่ามากจริงๆ”เมื่อจัดการกับอสูรคนยักษ์นี้ได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องจากโตเกียวไปเสียที แต่ในอากาศที่ไกลออกไป ทันใดนั้นก็ได้มีจุดสีดำเล็กๆ กลุ่มหนึ่งบินมาสายตาของฉินเฉานั้นเทียบได้กับกล้องส่องทางไกลแรงสูง หรือจะพูดอีกอย่างคือ ถ้าฉินเฉากลับไปในช่วงมหาลัย เพียงแค่เขายืนอยู่บนเตียงนอนของเขาแล้วมองออกไปผ่านหน้าต่าง มองเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวฝั่งตรงข้าม เขาไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมืออะไรมาช่วย ก็สามารถเห็นทุกอย่างในนั้นได้อย่างชัดเจนหลังจากที่มองดูจุดดำนั้นดีๆ แล้ว ก็กลายเป็นว่านั่นคือฝูงบินหุ้มเกราะที่สูงกว่า 5 เมตร ของนักบินญี่ปุ่น“ไอ้หมูโสโครกจีนบัดซบเอ๊ย!” หน้าจอได้แ