ฉินเฉามองไปที่ร่างของไซโจที่อยู่ห่างออกไปแล้วแอบหัวเราะเยาะในใจ ช่างเป็นคนที่อวดดีซะจริงๆ คนแบบนี้ ไม่รู้ว่าฉินเฉาเจอมาเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ฉินเฉาไม่ตกใจ ถึงกับไม่แยแสแต่เหล่าพี่น้องในตำหนักยุทธ์พากันโกรธแค้น ฟางเสียวหู่ที่ขายังพันเฝือกอยู่แทบจะวิ่งเข้าใส่ไซโจโชคดีที่มีจ้าวชิงซาน และเหล่าพี่น้องคอยหยุดเขาไว้“ทุกคนใจเย็นหน่อย นี่เป็นการประลองของจิงจิง พวกเจ้าคอยดูอยู่ด้านข้างเงียบๆ ก็พอ”“ครับอาจารย์…” เหล่าพี่น้องได้ฟังคำของจ้าวชิงซาน แม้จะไม่ลงมือแต่สายตาก็ยังคงแสดงอาการไม่ยินยอม“แม่หนูน้อย” ไซโจใบหน้าเปื้อนยิ้ม มองจ้าวจิงจิงแล้วพูดว่า “ผิวขาวบอบบางอย่างเธอ ยอมแพ้ไปดีๆ ซะดีกว่า ไม่อย่างนั้น ถ้าฉัน ไซโจเผลอลงมือรุนแรงจนเธอแข้งขาหัก ฉันไม่รู้จะรับผิดกับนายน้อยอ้าวกานได้ยังไง”“เมื่อนี่เป็นการประลอง ก็ได้แต่ยอมรับโชคชะตาเท่านั้น!” จ้าวจิงจิงก็ไม่เกรงใจ “อ้าวกานอิกูจิกับฉันไม่ได้เป็นอะไรกัน การประลองนี้ต้องการหาผู้ชนะ ถ้าเราแพ้ ตำหนักยุทธ์ของเราอีกไม่นานก็จะก่อตั้งขึ้นใหม่! เมื่อถึงเวลา ตระกูลอ้าวกานของพวกนายก็รอรับสารท้าประลองไว้ได้เลย!”“ฮึ่ม พูดคุยด้วยเหตุผลไม่ได้จริงๆ” ไซโจยิ้มบาง “แน่นอนว่าวันนี้เธอจะต้องแพ้อย่างแน่นอน ตระกูลอ้าวกานของเรายินดีรับคำท้าของเธอเสมอ ยังไงผลลัพธ์ก็ไม่เปลี่ยน แม่สาวน้อย ฉันแนะนำให้เธอแต่งกับนายน้อยอ้าวกานดีๆ ซะดีกว่า นายน้อยอ้าวกานของเราทั้งหนุ่มทั้งหล่อเหลา