ทันทีที่สวีหมิงหล่างเหยียบย่างถึงจวนอัครเสนาบดี เขาปิดประตูลั่นดาลขังตัวเองในห้องหนังสือ สั่งห้ามผู้ใดรบกวนเด็ดขาด จวบจนเหล่าผู้นำขุนนางบุ๋นลอบเร้นกายมาถึงอย่างลับๆ เขาจึงยอมก้าวออกมาหารือ
หมากสังหารตระกูลจ้าว… ผู้คนอาจล่วงรู้ ทว่าห้ามถูกจับได้คาหนังคาเขา ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดเช่นคืนนี้ หากปล่อยให้บรรดาผู้นำขุนนางบุ๋นเดินอาดๆ เข้ามาสุมหัวในจวนอย่างเปิดเผย อย่าว่าแต่จะเป็นการประเคนจุดอ่อนให้ขุนนางบู๊ขย้ำ แม้แต่โอรสสวรรค์ก็ย่อมพิโรธ
ทันทีที่ทรุดตัวนั่ง โดยไม่รั้งรอให้ผู้นำตระกูลเจิ้งและหลวี่อ้าปาก สวีหมิงหล่างพลันกระแทกเสียงกร้าว
“การที่สุนัขรับใช้ตระกูลจ้าวควานหาตัวหมากสำคัญรวดเร็วแม่นยำปานนี้ จนพวกเราหมดโอกาสฆ่าปิดปาก... สาเหตุมีเพียงหนึ่งเดียว… ในหมู่พวกเรามีหนอนบ่อนไส้!”
สิ้นวาจา สีหน้าฝูงชนพลันแปรเปลี่ยน ต่างกวาดสายตาระแวดระวังจับผิดกันเอง บรรยากาศอบอวลด้วยความหวาดระแวง กระทั่งเจิ้งเจ๋อเสียนยังต้องกลืนถ้อยคำร้องทุกข์กลับลงคอ
ต่อข้อสรุปนี้ ระหว่างทางที่เร่งรุดมา ยามขบคิดถึงหมากที่พลิกคว่ำ ทุกคนต่างเคลือบแคลงใจอยู่ลึกๆ หากไร้หนอนบ่อนไส้ แผนการรัดกุมครานี้ย่อมไม่มีทางพังพินาศย่อยยับปานนี้
“สวีเซี่ยงล