“ใช่แล้วค่ะ ท่านผู้นำอยากจะรู้เรื่องนี้เหรอคะ”อันชิงไป่อิงพยักหน้า จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ตอนที่ฉันอยู่กับอันชิงที่สาม บางครั้งก็ได้ยินถึงแผนการนี้ นี่เป็นงานวิจัยที่รัฐบาลญี่ปุ่นขโมยมาจากจีน ผลการวิจัยถือเป็นเรื่องลับ แผนนี้เป็นการพัฒนายีนส์ที่ซ่อนอยู่ในมนุษย์ ทำให้มนุษย์ปกติมีพลังเสมือนดั่งพระเจ้า”“ฮึ่ม พระเจ้าอะไรกัน” ฉินเฉาพูดอย่างดูถูก “เห็นได้ชัดว่าเป็นยีนส์สัตว์ที่ปลูกฝังเข้าไปในร่างมนุษย์”“เรื่องปฏิบัติการของแผนการ ฉันไม่มีสิทธิ์รู้ มีเพียงรองประธานของกลุ่มมังกรดำเท่านั้น ที่มีสิทธิ์ติดต่อ”“ถ้าอย่างนั้นก็ดี” ฉินเฉาตบมือ “หลังจากที่เธอเป็นรองประธานแล้ว เมื่อได้รับข่าวถึงตำแหน่งที่ตั้งของฐานลับนั่น ให้บอกฉันทันที”“วางใจได้ค่ะท่านประธาน ฉันจะทำให้ดีที่สุด” จากนั้นอันชิงไป่อิงก็ยิ้มพร้อมกับไม่ลืมทำท่าทางยั่วยวนใส่ฉินเฉา “เพราะว่าฉันเป็นคนของท่านประธาน”“ก่อนอื่น แค่กๆ ๆ …” ฉินเฉานึกไปถึงคำที่ตัวเองพูดกับเสี่ยวไป๋ ก็อดไม่ไหวต้องเอามือถูจมูกตัวเองอย่างอึดอัดใจ“เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อน พักผ่อนไวหน่อย พรุ่งนี้ค่อยคุยเรื่องน่ารำคาญกันต่อ”“ท่านผู้นำ…อยากให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนมั้ยคะ?” อันชิงไป๋อิงหน้าแดงสดใส ท่าทางอ้อยอิ่งยั่วยวน ราวกับสายน˺าที่พาดผ่านร่างฉินเฉา“ฉันหมายถึง เราต่างคนต่างพัก”ฉินเฉาตบหน้าขา คิดในใจ ทำไมคืนนี้ตัวเองถึงพูดแต่คำกำกวมนักจริงๆ แล้วฉินเฉาก็ไม่ได้พูดกำกวมอะไร เพียง