ค้างดังนั้นฉินเฉาจึงพยายามฝึกไม่หยุด เพื่อที่จะสามารถกลั่นเพลิงหยินให้เป็นเพลิงหยางที่น่ากลัวยิ่งขึ้น ให้เป็นฐานสำคัญในการก้าวขึ้นไปในขั้นกายทองคำดังนั้น ที่เหนือหัวของฉินเฉา จึงปรากฏภาพฉินเฉาคนที่สองขึ้นอย่างช้าๆ โดยที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจเห็นภาพฉินเฉาที่สองที่ปรากฏขึ้น อายุดูจะน้อยกว่าฉินเฉาหลายปี บินอยู่ที่นั่น ด้านข้างของเขา มีเปลวเพลิงสี่กลุ่ม ที่ต่างสีกัน ค่อยๆ ควบกลั่นเป็นเพลิงหยางเทวะหลัวเต๋อเคยกล่าวกับฉินเฉาว่า เขาเข้าสู่ขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งเร็วเกินไป ทำให้พลังของของเขาก้าวกระโดด และไม่ค่อยมั่นคงเพราะว่าผู้ฝึกตนทั่วไป หากต้องการจะควบกลั่นเพลิงหยางเทวะพวกเขาทำได้เพียงเข้าใกล้เพลิงหยางในร่างของพวกเขาก่อน จากนั้นก็ค่อยๆ กลั่นมันทีละน้อย แตกต่างจากคนจากเขาซงซาน ง๊อไบ๋ และบู๊ตึ๊ง ที่มีภาษีดีกว่า เพราะพวกเขาสามารถควบกลั่น เพลิงพุทธะศักดิ์สิทธิ์ เพลิงปทุมพิสุทธิ์ และเพลิงสมาธิแท้ เพื่อควบกลั่นเป็นเพลิงหยางเทวะ ซึ่งทำได้เร็วกว่าการควบกลั่นเพลิงหยางในร่างของตัวเองสำหรับคุนหลุนนั้น ศิษย์ของตำหนักเพลิงฟ้า สามารถควบกลั่นเพลิงเซียนฟ้าของพวกเขาได้เช่นกันดังนั้น สำนักพวกนี้ เมื่อฝึกตนจนถึงขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง จึงมีข้อได้เปรียบที่สุดยอดกว่าแต่เมื่อเทียบกับสำนักพวกนี้ นิกายหลัวซานั้นดีกว่ามาก เพราะว่านิกายหลัวซามีวิชาสกัดกลั่นเก้าเร้นลับ ที่สามารถฝึกฝนเปลวเพลิงที่หลากหลาย และคุณภาพดีที่สุดใน