“พวกนั้นมาถึงเมืองเว่ยเหลียนแล้ว”ในมุมหนึ่งของเมืองเว่ยเหลียน มีเสียงที่เบาและต˹าดังออกมา“ดีมาก ฉันแทบจะรอไม่ไหวแล้ว…” อีกเสียงกล่าวอย่างคาดหวัง“ให้เทนกุไปพบเขา ที่ที่ของเรา”“ครับ!”“ฮึ่ม…วิชาการฝึกตนนี้ จะต้องเป็นของเรา เป็นของอาณาจักรของพวกเรา….”น˺าเสียงทั้งสองค่อยๆ จางหายไป เหมือนกับว่าไม่เคยมีอยู่“ฉินเฉา บริษัทฝั่งตรงข้ามโทรมา”บนรถ อันชิงที่วางสาย พลันพูดกับฉินเฉา “พวกเขาบอกให้เราไปที่ท่าเรือเทียนเว่ย ไปเซ็นสัญญากับพวกเขาที่นั่น”“ฝั่งตรงข้ามกังวลอะไร” ฉินเฉาเบ้ปาก “จากที่ฟัง ดูเหมือนพวกเขาจะรออยู่ที่สำนักงานแล้ว อาหารทะเลไว้ผมชวนคุณใหม่แล้วกัน”“อืม” อันชิงพยักหน้า จากนั้นก็บอกคนขับว่า “คนขับคะ ไปที่ท่าเรือค่ะ”เมืองเว่ยเหลียน เป็นท่าเรือขนส่งที่สำคัญทางเหนือ ท่าเรือใหญ่ของที่นี่ มีวิวดีมาก ที่ท่าเรือ มีเรือจอดอยู่ทั้งลำใหญ่และเล็ก ไม่ว่าจะเป็นเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ หรือว่าเรือยอชต์ลำเล็ก แล้วก็อีกหลากหลายแบบกับฉินเฉาที่แทบจะไม่ออกไปไหนแล้ว ถึงจะไม่มีอะไร แต่ก็ดึงดูดเขาได้เหมือนกันโดยเฉพาะท้องทะเลที่กว้างสุดลูกหูลูกตานั่น ทำให้จิตใจของฉินเฉารู้สึกพลุ่งพล่านเขารู้สึกว่า เทียบกับทะเลแล้ว ตัวเขาช่างกระจ้อยร่อยผู้ฝึกตนต่อต้านเจตจำนงแห่งสวรรค์ ชีวิตมนุษย์ช่างเปราะบางคุณดูหมูป่าสิ ขนาดถูกยิง ยังร้องออกมาสองครั้ง แถมยังต่อสู้ต่อได้อีกด้วย แต่ถ้าเป็นมนุษย์ พอถูกยิง ก็มีแต่ต้องกองลงกับพื