ยความอับอาย นอกจากนี้มันยังมีความโกรธลอยอยู่ในนั้น“ช่างมันเถอะ ก็แค่กินข้าวด้วยกัน แค่นั้นเอง” ซ่างกวนหยานโบกมือ และนั่งลงข้างๆ หลิวจาง “ฉันคิดว่าคุณหลี่เฉียงเป็นสุภาพบุรุษ และคงจะไม่รบกวนพวกเราระหว่างทานอาหาร ใช่มั้ยคะ?”บนเครื่องบิน พวกเธอได้เห็นคนมาทุกประเภท ดังนั้น พวกเขาจึงรู้ว่าจะข่มหลี่เฉียงยังไง“เป็นธรรมดา ผมจะปล่อยให้สาวงามทั้งสองรู้สึกราวกับอยู่บ้านเลยล่ะครับ” หลี่เฉียงหัวเราะ “ผมลืมบอกไป ผมเป็นเจ้าของห้างเล็กๆแห่งนี้ ฉะนั้น มื้อนี้ถือว่าผมเลี้ยงแล้วกันครับ”พร้อมกันนั้น เขาก็โบกมือ พนักงานที่อยู่ใกล้ๆ เข้ามา และคืนเงินให้กับซ่างกวนหยาน และหลิวจางไม่รู้ว่าเป็นการจงใจหรือไม่ แต่หลี่เฉียงกลับละเลยชื่อของฉินเฉาไป ยังไงก็ตาม ฉินเฉาก็ไม่ใส่ใจ ก็แค่เงินร้อยเดียว ฉันแค่กินคืนก็แค่นั้น“ว้าว เพื่อน งั้นนายก็เป็นบอสใหญ่ของที่นี่จริงๆ น่ะสิ!” ฉินเฉากลอกตา เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง และรีบนั่งลงข้างหลี่เฉียงโดยไม่สนใจประกายไม่พอใจจากสายตาของหลี่เฉียง ฉินเฉายื่นมือออกไป และจับมือหลี่เฉียงเขย่าสองครั้ง“อ๊า!” หลี่เฉียงร้องออกมาเสียงดัง หลังจากดึงมือกลับ มันกลับมีรอยแดงอยู่บนนั้น“โอ้ ฉันต้องขอโทษด้วย!” ฉินเฉารีบพูด “ฉันเป็นคนหยาบ เป็นแค่ยาม เพราะงั้นก็เลยจับบีบแรงไปหน่อย แต่ฉันก็ไม่คิดว่าบอสหลี่จะเปราะบางราวกับเครื่องเคลือบแบบนี้”“ฉันออกกำลังกายเป็นประจำ” เมื่อถูกเรียกว่าเปราะบางต่อหน้าสอง