มองเข้าไปข้างในเธอรู้สึกว่ากำลังถูกฉินเฉาฉวยโอกาส ฉินหลิงหยิบแฟ้มขึ้นมา และตีเข้าที่หัวของเขา“อย่ามอง!” เธอพูด “ประธานอาวุโสไม่ชอบคนที่มีท่าทางหยาบคายอย่างนี้”“อะไรนะ?” ฉินเฉาในที่สุดก็ทนไม่ไหว “หรือเขาชอบหลวงจีน? ลุงมันเถอะ งั้นผมไม่ต้องไปบวชเหรอไง”“หือ?” ฉินหลิงมองไปที่ฉินเฉาอย่างประหลาดใจมาก “นายรู้ได้ยังไง? ประธานอาวุโส ไปเที่ยวกับหลวงจีนหลายรูป เขาเป็นพุทธศาสนิกชน นายต้องเริ่มจากเคารพสิ่งนี้ ใช่แล้ว เพื่อที่จะให้เขาพอใจ นายสามารถไปเป็นหลวงจีน หรืออย่างอื่นได้”“นรกอะไรกัน!” ฉินเฉาแทบจะกระโดดขึ้นจากเก้าอี้ เขาร้องออกมาอย่างโกรธๆ ว่า “เลขาฉิน คุณกำลังล้อผมเล่นใช่มั้ย ลุงมันเถอะถ้าผมกลายเป็นพระ แล้วจะแต่งกับอาจารย์ซูได้ยังไง!”“ดูนายสิ นายยังอ่อนหัดอยู่นะ” ฉินหลิงเอามือปิดปาก หัวเราะคิกคัก “นายก็เป็นหลวงจีนก่อน จากนั้นก็ลาสิกขา กลับมาเป็นคนปกติ แค่นี้เอง?”“หือ….” เหงื่อเย็นๆ ไหลอาบหัวฉินเฉา “บ้าไปแล้ว…ทำไมผมต้องเป็นหลวงจีนเพื่อที่จะแต่งเมียด้วย?”“ถ้าไม่ทำ มันจะยากสำหรับนายที่จะแต่งงาน นอกจากนี้ ที่นายกำลังทำนี่ก็ไม่ใช่เพื่อภรรยา แต่เพื่อให้ได้รับการอนุญาตจากพ่อตาในอนาคตของนาย” คำพูดนี้ของฉินหลิงทำให้ฉินเฉาหมดคำพูด“ฮึ่ม ทุกวันนี้ทำไมแต่งเมียมันยากเย็นนัก” ฉินเฉามองไปที่ฉินหลิงและจากนั้นพลันพูด “ไม่อย่างงั้น เลขาฉิน ทำไมคุณและผมไม่แต่งกันล่ะ?”“เหอะ!” หน้าของฉินหลิงในที่สุดก็ขึ้นสี แล