และสีหน้าของนายน้อยจงก็เริ่มผ่อนคลาย“ดูเหมือนว่า สุดท้ายพวกเราก็ชนะ” จงเหลียงกัวพูดพร้อมรอยยิ้ม“บอดี้การ์ดเล็กๆ อย่างแก ตอนนี้จะทำอะไร”ฉินเฉามองไปที่เหลียวชาชาที่เงียบงัน ในใจของเขาปั่นป่วนราวกับกระแสไฟฟ้าที่พลุ่งพล่าน ทันใดนั้นเขาก็คิดบางอย่าง และเปิดตาขึ้น“ฉันยอมแพ้ กลนี้ทรงพลังจริงๆ” ฉินเฉาถอนหายใจ ค่อยๆ บี้บุหรี่ในมือ มองขึ้นไป และพูดกับทั้งสองคน “ก่อนที่จะตาย ฉันหวังว่าพวกนายจะอนุญาตให้ฉันพูดบางคำกับเหลียวชาชา”“ไร้ประโยชน์” เจิ้งอี้ชูแสยะยิ้ม “ไม่ว่าแกจะพูดอะไร เธอก็ไม่ฟังหรอก ยังไงก็ตาม ก่อนแกจะตาย ฉันจะให้แกสมหวัง พูดสิ ฉันอยากจะฟังเหมือนกันว่าคำพูดหอมหวานอะไรที่แกกำลังจะพูด”เจิ้งอี้ชูคนนี้มั่นใจในวิญญาณร้ายของเขาอย่างมาก เขาจึงพูดออกมา“อย่าเอาแต่เล่น วิกาลยาวนาน ฝันยุ่งเหยิง” จงเหลียงกัวเตือน“อย่าห่วง ไม่มีใครสามารถหลบหนีจากการควบคุมของวิญญาณร้ายของฉันได้” เจิ้งอี้ชูพูดกับจงเหลียงกัว ตาหลังแว่นตาของเขาเป็นประกายวาบ และยังเชื่อในตัวคุณเจิ้ง ก่อนพยักหน้า“ชาชาน้อย…” ฉินเฉามองขึ้นไป ยื่นมือออกไป และลูบตาของเธอด้วยมือของเขา เหมือนกำลังเช็ดน˺าตาให้เธอ “เธอก็ชอบเป็นอย่างนี้ทำให้ฉันปวดหัวเสมอ”พร้อมกันนั้น เขาก็เอามือของเขาวางไว้บนหน้าอกของเขา และทำท่ากุมมือ “ฉันห่วงเธอนะ แม้ว่าเธอจะหน้าอกเล็ก ไม่มีคุณสมบัติของผู้หญิงเลย และเป็นคนดื้อเอาแต่ใจ อารมณ์ร้าย แต่เธอยังเป็นชาชาน้อยของฉัน