“มีคนเคยพูดกับฉันแบบนี้เมื่อก่อน” ฉินเฉาต่อบุหรี่กับก้นบุหรี่ที่เขาโยนลงบนโต๊ะ “แต่ตอนนี้ตายไปหมดแล้ว”“คนอวดดีตายเพราะความไม่รู้” จงเหลียงกัวในที่สุดก็ปิดหนังสือของเขา แสยะยิ้มดูถูกไปที่ฉินเฉา แล้วพูดว่า “นายคิดว่าแค่รู้กังฟูนิดหน่อยก็เก่งแล้วเหรอ ในโลกนี้ ยังมีหลายสิ่งที่นายยังไม่รู้”“โอ้?” ฉินเฉายิ้มอ่อน “อะไรที่ฉันไม่รู้? ผู้ชายเขาพูดเปิดเผยขณะที่ผู้หญิงแอบพูดในที่ลับ คุยกับนายนี่ลำบากจริงๆ”“ฮึ!” ประโยคนี้ทำให้ชายที่เฉียบแหลมอย่างจงเหลียงกัวรู้สึกโกรธ“มันคือผู้ฝึกตน! นี่คือโลกที่ลึกลับและน่าสะพรึง พวกที่รู้กังฟูแบบแมวสามขาอย่างนาย จะไปเข้าใจได้ยังไง”“ฮ่าห์!” ฉินเฉาเปิดปาก พร้อมด้วยรอยยิ้มแปลกๆบนหน้า “การฝึกตน? ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ดูเหมือนนายน้อยจงคงเข้าใจใช่มั้ย?”“จริงๆแล้ว ฉันก็ไม่เข้าใจ” จงเหลียงกัวพูดอย่างถ่อมตัว “แต่คุณเจิ้งคนนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญในโลกแห่งการฝึกตน”“โอ้ งั้นจะบอกว่า พวกเราทั้งคู่อยู่แค่ระดับมนุษย์ธรรมดาเหมือนกันงั้นเหรอ” ฉินเฉาหัวเราะ “ฉันคิดว่านายน่าทึ่งจริงๆ”“ฮึ ไปซะ ไปโง่ต่อข้างนอกนู่น” จงเหลียงกัวมองไปที่ฉินเฉาเหมือนกับกำลังมองคนที่ตายไปแล้ว “ตอนนี้ฉันจะให้โอกาสนาย ขอความเมตตาจากฉันซะ ก่อนที่จะสายไป ไม่อย่างนั้น เมื่อคุณเจิ้งลงมือฉันกลัวว่านายแม้จะพูดสักคำยังไม่มีโอกาส”“ฮ่าฮ่าฮ่า…” ฉินเฉาเหมือนได้ยินเรื่องตลก เอามือกุมท้องหัวเราะจนน˺าตาไหล หลังจากหัวเราะเสร็จ