่นมาอย่างดี ราวกับชิ้นงานศิลปะ ขณะที่ฮัมเพลง ฉินเฉาก็มาถึงหม้อเคลือบดินเผา เขาหยิบเอาผักโขมออกมา และเนื้อแกะที่ถูกหั่นไว้แล้ว จากนั้นก็เริ่มทำซุป“ถ้าเธอไม่ลดไฟลง ฉันเกรงว่ามันจะแย่นะ” จนกระทั่งฉินเฉาเตือนเธอ หยูลู่ถึงรู้สึกตัว และเริ่มลดไฟที่ซุปของเธอลงเพื่อเคี่ยวมัน“นาย นายเป็นมาสเตอร์เชฟเหรอ?” เมื่อซุปของฉินเฉาเริ่มส่งกลิ่นออกมา ในที่สุดหยูลู่ก็อดที่จะถามออกมาไม่ได้“ล้อเล่นหรือไง” ฉินเฉาหยิบช้อนออกมา คนซุปสองรอบ และตักมันขึ้นมาชิมรสชาติ “ฉันเป็นแค่การ์ดตัวเล็กๆ ที่ถูกเหลียวตงไคเชิญมาเป็นบอดี้การ์ดให้เหลียวชาชา สำหรับเรื่องทำอาหาร ฉันก็แค่พอทำเป็น”“นายเรียกนี่ว่าพอทำเป็นเหรอ?” หยูลู่กลอกตาของเธอ และมองดูวิธีที่ฉินเฉาทำซุป “แค่ซุปอย่างเดียวไม่พอ นายทำอาหารอย่างอื่นเป็นมั้ย?”“อาหารอย่างอื่น?” ฉินเฉาทวนและส่ายหัว “ฉันทำอาหารฝรั่งเศสหรือต่างประเทศไม่เป็น”“ทำอะไรก็ได้ที่นายทำเป็น” หยูลู่พูดพร้อมกับคิด ‘งั้น ก็มีบางอย่างที่นายทำไม่เป็น’“ไม่ใช่ว่านายบอกว่าอยากให้ฉันชิมอาหารของนายหรือไง?”“ก็ได้ ในเมื่อลู่ลู่ของผมอยากจะชิม ผมจะทำตามคำสั่งของคุณอย่างเชื่อฟัง!”“ใคร ใครเป็นลู่ลู่ของนาย!” หน้าของหยูลู่แดง และอดจ้องเขาไม่ได้“ว้าว กลิ่นอะไรอ่ะ สุดยอดมากเลย!” ฉินเฉาที่กำลังเตรียมทำอาหารอีกจาน ทันใดนั้นก็มีเสียงที่มีชีวิตชีวาดังเข้ามาในห้องครัวเล็กๆ นี้เขามองกลับไป และทันใดนั้นปากเขาก็อ้าออกมาสวรร