ไปบ้าง แต่คำพูดของเขาก็แฝงไปด้วยคติธรรม ยิ่งฉินเฉาคิด ก็ยิ่งรู้สึกว่าชิฟางเข้าใจยาก ฉะนั้น เขาจึงถามอย่างจริงจังว่า“ไต้ซือจะบอกผมได้มั้ยว่าท่านมาจากวัดไหน?”“พุทธะตรัสว่า พูดไม่ได้ พูดไม่ได้” ชิฟางส่ายหัวแล้วพูด “ท่านผู้ใจบุญแล้วอาตมามีชะตาให้ต้องพบกันในวันนี้ ในอนาคตโยมจะต้องรู้อย่างแน่นอน”หลังจากนั้น เขาก็ลุกขึ้น จัดจีวรให้ตรง แล้วจากนั้นก็พูดกับฉินเฉา“ท่านผู้ใจบุญ อาตมาจะต้องไปตามหาผู้ใจบุญคนใหม่แล้ว สำหรับตอนนี้ต้องลาก่อน อาตมาหวังว่าหลังจากที่ท่านผู้ใจบุญกลับไปแล้วท่านผู้ใจบุญจะเปิดอ่านพระสูตรหัวใจเพชรเล่มนั้นสักหน่อย บางทีมันอาจช่วยท่านผู้ใจบุญได้”ก่อนที่จะจากไป ทันใดนั้นเขาก็ได้พูดเสริมขึ้นมา“ท่านผู้ใจบุญการไปเยือนเมืองตงชวนครั้งนี้ ทั้งโชคดีแล้วก็ไม่ดีพอๆ กันขึ้นอยู่กับแต่ละคน เมื่อโยมพบกับเรื่องยากลำบาก โยมต้องคิดให้ดี”หลังจากทิ้งประโยคที่ยากจะเข้าใจนี้ให้ฉินเฉา ชิฟางที่เดินออกไปได้สองก้าว ทันใดนั้นก็หันมาแล้วยิ้มให้กับฉินเฉา“ไต้ซือ ท่านยังมีคำพูดอะไรจะบอกผมอีกงั้นเหรอ?”“ท่านผู้ใจบุญ อย่าเพิ่งเอียนกับคำพูดของอาตมาไปซะก่อนละ” ชิฟางพูดอย่างช้า ๆ “นี่เป็นประโยคที่สำคัญอย่างมาก ซึ่งอาตมาต้องอธิบายให้ประสกฟังก่อน”“โอ้? ไต้ซือ โปรดพูด!”“จำไว้ บิลค่าอาหาร แค่เอามันให้กับลูกศิษย์หญิงของอาตมาก็พอ” แล้วไต้ซือก็จากไป ทิ้งไว้แต่ฉินเฉาผู้ยังคงแข็งค้างไว้ข้างหลังดูเหมือนว่า คำพูดสำคัญจะเ