ึงมีเศษระเบิดบนไหล่ของเขา?’“คุณ คุณยังไม่ตายใช่ไหม?” ฮานเอินซียังคงสูดอากาศเย็นเข้าปอด“ใช่ ผมยังไม่ตาย!” ฉินเฉากลอกตา พลางคิดในใจว่า ‘ยัยเด็กนี่ทำไมถึงมาแช่งให้คนอื่นตาย? ไร้มารยาทจริง’“ไม่ใช่ ๆ! ฉันไม่ได้หมายถึงตายแบบนั้น! ความหมายของฉันคือคุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”“คะ… ครับ ผมยังไม่ตาย ผมไม่เป็นไร ผมยังหายใจอยู่ คุณเห็นมั้ย? หายใจเข้า…ฟื้ดดดด∼ หายใจออก…ฟู่วววว∼!” แม้ว่าเธอจะเสียมารยาท แต่เธอก็ยังคงเป็นแขก ดังนั้นฉินเฉาจึงต้องสุภาพกับเธอ“ฉันไม่ได้ตายว่าแบบนั้น ฉันหมายความว่าคุณตายจริง ๆ คุณได้รับบาดเจ็บหนักขนาดนี้คุณไม่ตายได้ยังไง?”“ผมยังไม่ตายจริง ๆ ” พวกเขาทั้งคู่พยายามอธิบาย แต่ยิ่งอธิบายยิ่งสับสน“ฉะ… ฉัน ให้ตายสิ ฉะ ฉันไม่ได้ตายแบบนั้นจริง ๆ ” ฮานเอินซีแทบบ้า เธอพูดภาษาเกาหลี 7 – 8 คำเร็วปรื๋อ ทำให้ฉินเฉายิ่งลำบากใจหลังจากอธิบายกันอยู่นานทั้งภาษาพูดผสมกับภาษากาย ในที่สุดฉินเฉาก็เข้าใจสิ่งที่ฮานเอินซีพยายามพูดกับเขา“คุณกำลังหมายความว่า คนไม่เป็นไรใช่ไหม?”ฉินเฉาส่ายหัวแล้วพูดว่า “อย่าห่วงเลย เลือดผมหยุดไหลแล้ว เมื่อกี้ก็รักษาตัวเองไปได้นิดหน่อยแล้ว ผมจะดึงเศษนี่ออก มันไม่มีปัญหาอะไร”หลังจากที่พูดเสร็จ ฉินเฉาก็รู้สึกว่ากำลังของเขากลับมาแล้ว เขาดึงเศษระเบิดที่ฝังอยู่ที่ไหล่ของเขาออกจากนั้น ภายใต้สายตาที่ขวัญเสียของฮานเอินซี พร้อมกับท่าทางไม่พอใจเล็ก ๆ ฉินเฉาดึงมือของเขา ดึงเอาเศษระเบิ