เมื่อฉินเฉากลับมายังห้องพักผู้ป่วยของเขาทางหน้าต่าง ซูจียังคงหลับอยู่ ระฆังสีดำใบเล็ก ๆ ยังคงลอยอยู่ด้านข้างของเธอกลัวว่าจะทำให้เธอตื่น ฉินเฉาจึงค่อย ๆ ปีนขึ้นเตียงเมื่อเขายกผ้าห่มขึ้นกลับดึงมือซูจีตามขึ้นมาด้วย เลยทำให้เธอตื่นเธอทำตาปริบ ๆ จากนั้นก็บุ้ยปากถามฉินเฉา“มีอะไรเหรอ?”“ไม่มีอะไร นอนต่อเถอะ” ฉินเฉาลูบผมสีแดงของเธออย่างรักใคร่จากนั้นก็ยกมือเรียกระฆังที่ลอยอยู่กลับมา ถ้านางพยาบาลมาตรวจเวรตอนกลางคืน แล้วเห็นระฆังนี่ลอยอยู่ล่ะก็ เธออาจจะกลัวจนสลบไปก็ได้ซูจีนี่ดูท่าจะง่วงจริง ๆ หลังจากถามเขา เธอก็หลับไปอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ขณะที่ฉินเฉาผู้ที่นอนอยู่บนเตียงนอนไม่หลับสเกลตั้นเหมือนกับงูที่แฝงตัวในความมืด ไม่มีใครรู้จนกว่ามันจะแสดงตัวออกมากัดเป้าหมายเขารู้ว่าที่นั่นมีนักฆ่าที่ทรงพลังอยู่ในองค์กร แต่ยิ่งกว่านั้น เขากลับไร้หนทางที่จะจัดการกับองค์กรนี้อย่างสิ้นเชิงมันคงจะดีกว่านี้ถ้าเขามีพลังเหนือธรรมชาติเหมือนกับฮัวเหนียงไม่ต้องกล่าวถึงพวกนักฆ่า ถ้าพวกมันกล้ามา เขาจะฆ่าให้หมด พูดไปแล้ว การที่จะมีพลังเหนือธรรมชาติแบบนั้น ฮัวเหนียงอย่างน้อยที่สุดก็มีพลังอยู่ในขั้นความสามารถเทวะแล้วสามารถร่ายอาคมด้วยการวาดนิ้วมือ จากนั้นก็เปลี่ยนมันให้เป็นลำแสงทำลาย เธอเป็นผู้ฝึกตนอย่างแท้จริง โอ้ เมื่อไหร่ฉันถึงจะไปถึงขั้นนั้นนะ?!ฉินเฉามีเป้าหมายใหม่ นั่นก็คือการไปให้ถึงขั้นเทวะ ดังนั้นเขาจึงจะสามารถเร