แสงอรุณทะลวงผ่านมุ้งหน้าต่าง อาบย้อมพรมปูพื้นจนกลายเป็นสีส้มอำพัน บรรยากาศยังคงเจือกลิ่นอายพฤกษาบริสุทธิ์ จ้าวหนิงซึ่งนั่งสมาธิเดินลมปราณมาทั้งคืนลืมตาขึ้น นัยน์ตาสาดประกายกระจ่างใสดุจกระจกเงา
ก่อนลานล่าสัตว์ฤดูสารทเปิดฉาก อาศัยอานุภาพของกำยานมังกรขด เขาจึงทะลวงสู่ระดับคุมปราณขั้นกลางได้อย่างรวดเร็ว ผนวกกับผลงานสะท้านฟ้าในเทศกาลล่าสัตว์ ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทรัพยากรล้ำค่าอย่างกำยานมังกรขดจึงหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ยามนี้สมบัติล้ำค่าดังกล่าวในคลังตระกูลจ้าวล้วนตกอยู่ในการครอบครองของเขาทั้งสิ้น ความเร็วในการบ่มเพาะพลังจึงรุดหน้าปานก้าวกระโดด
‘หากก้าวล่วงด้วยความเร็วระดับนี้ ก่อนสิ้นปีต่อให้กำยานมังกรขดร่อยหรอ การทะลวงสู่ระดับคุมปราณขั้นปลายย่อมพลิกผลัน ทว่าหากมุ่งหมายก้าวข้ามสู่ระดับวิญญาณต้นกำเนิด จำต้องควานหาทรัพยากรล้ำค่าระดับฟ้าดินมาหนุนเสริม’ จ้าวหนิงลูบปลายคาง ครุ่นคิดแผนการในหัว
ชาติตระกูลขุนนางทรงอำนาจไม่เคยขาดแคลนทรัพยากรพื้นฐาน ลูกหลานสายตรงเมื่อก้าวล่วงวัยสิบหก ฐานพลังย่อมพุ่งทะยาน ทว่าของวิเศษล้ำค่าระดับฟ้าดินนั้น ไม่ว่าดินแดนใดล้วนหาได้ยากยิ่ง มูลค่าของมันแทบจะแลกได้ทั้งเมือง
ศึกสังหาร