ห้คนจำเราได้ ก็ต้องมีเอกลักษณ์ ทำลายกรอบตัวเอง ไม่อย่างนั้นถ้าเลียนแบบ ไม่มีเอกลักษณ์ ช้าเร็วทุกคนก็จะลืม!”อวิ๋นตั่วฟังผู้เป็นพี่พูดจ้อเรื่องความคิดการออกแบบก็รู้สึกว่ามีเหตุผล แต่พอมาเสื้อผ้าที่ใส่อยู่แล้วก็ยังสงสัยอยู่ดี “แต่นี่มันดูเป็นตัวเองมากไปไหมคะ?”อวิ๋นเฉียวมองน้องสาวอย่างเสียใจ “ดูสิ หลายปีมานี้เธอถูกชีวิตขัดจนกลายเป็นคนไร้รสนิยมไปแล้ว วันๆ นึกถึงแต่อาหารสามมื้อ เธอว่าเมื่อก่อนเธอใช้ชีวิตสบายๆ มากแค่ไหน?”พูดถึงตรงนี้แล้วเขาก็อดตบปากตัวเองไม่ได้ ใช้ไม่ได้จริงๆ ยังจะพูดถึงอดีตอีก ตอนนี้จะเอาไปเทียบกับเมื่อก่อนได้ยังไง ที่น้องสาวกลายเป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่เพื่อครอบครัวหรือยังไง?อวี่เจ๋อคีบเนื้อใส่ถ้วยของอวิ๋นตั่วอย่างเงียบๆ อวิ๋นตั่วเองก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินข้าวพอกินข้าวเสร็จก็ยังคงเป็นอวี่เจ๋อกับอวิ๋นตั่วที่เก็บถ้วยชาม ชูยินจะเข้าไปช่วย แต่อวิ๋นเฉียวก็ห้ามไว้ “พวกเขาช่วยกันทำอาหารล้างจานแบบนี้ เหมือนคู่สามีภรรยาเลยใช่ไหมครับ”ชูยินเข้าใจความหมายของอวิ๋นเฉียว เธอค่อยๆ กลับเข้าห้องตัวเอง แล้วก็พบว่าอวิ๋นอี้ฟานที่นั่งอยู่บนวีลแชร์กำลังร้องไห้เธอผงะไป รีบเอากระดาษทิชชู่ไปเช็ดนํ้าตาให้ “เป็นอะไรไปคะ?”อวิ๋นอี้ฟานร้องเสียงอ้อแอ้ออกมา แต่ชูยินก็ยังฟังไม่เข้าใจ ทว่าอาศัยสัญญาณที่รู้กันมาหลายปี เธอจึงพอเดาออกว่าเขาอยากจะบอกอะไรเธอถอนหายใจ “คุณอย่าตำหนิตัวเองเลยค่ะ ทำธุรกิจก็ต้องมีได้กำไรข