อวิ๋นตั่วกับกู่เลี่ยงหามุมที่ไม่สะดุดตาผู้คน กู่เลี่ยงหยิบกล้องถ่ายรูปออกมาแล้วพูดกับตัวเอง “เกิดมาเพื่อเป็นปาปารัสซีแท้ๆ เลย เดิมทีนึกว่าจะได้ถ่ายรูปอย่างเปิดเผยแล้ว แต่ปรากฏว่ายังได้แอบถ่ายอยู่ตรงนี้อยู่ดี”“บ่นให้น้อยๆ ทำให้เยอะๆ หน่อยเถอะ” อวิ๋นตั่วพูดจู่ๆ กู่เลี่ยงก็เล็งกล้องไปกลางงาน “เธอดูสิ นั่นฟู่เข่อเจียไม่ใช่เหรอ ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่ล่ะ หรือว่าจะเปลี่ยนมาเซ็นสัญญากับเจ๋ออวิ๋นแล้ว?”“เธอใกล้จะหมดสัญญากับนายจ้างเก่าแล้ว อยากจะหานายจ้างใหม่ก็ไม่เห็นมีอะไรแปลก”กู่เลี่ยงทอดถอนใจออกมาอย่างอดไม่ได้ “เธอดูพวกดาราที่นี่สิ ครองท้องฟ้าไว้เกินครึ่ง เจ๋ออวิ๋นสมกับเป็นพี่ใหญ่แห่งวงการบันเทิงจริงๆ! ได้ยินว่าเดือนที่แล้วเพิ่งรับซื้อบริษัทภาพยนตร์แห่งหนึ่งของอเมริกา นี่เป็นความตั้งใจจะพัฒนาไปต่างประเทศเลยนะ เธอว่าจะมีวันนั้นไหม วันที่เจ๋ออวิ๋นจะเอาฮอลลีวูดเป็นแบบอย่าง แต่ให้ฮอลลีวูดเดินตามหลังเขา?”อวิ๋นตั่วยิ้มเยาะ “นายคิดไกลเกินไปแล้ว อย่าเพิ่งคิดจะเป็นใหญ่ในภูมิภาคเลย ถ่ายหนังแย่ๆ ให้น้อยลงก่อนก่อนเถอะ”“มีเหตุผล ตอนนี้ภาพยนตร์ในประเทศจีนแย่จริงๆ!” กู่เลี่ยงเห็นด้วยจู่ๆ อวิ๋นตั่วก็ตีกู่เลี่ยง “นายดูสิ นั่นหลินโหย่วเจินนี่ เขากำลังมองซ้ายมองขวาหาอะไรอยู่น่ะ?”“ฉันจะไปรู้เหรอว่าเขาหาอะไร?แต่จะว่าไปก็แปลกมาก เขาหน้าเหมือนเธอจริงๆ เป็นพี่น้องที่พลัดพรากกันมาหลายปีหรือเปล่า?”อวิ๋นตั่วกลับนึกถึงค