ดนิ้วที่เกิดขึ้นในกองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมืองอย่างละเอียด
“วันนี้เจิ้นกั๋วกงบุกกองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมือง ซ้ำยังฉีกหน้าขับไล่ชานจือเจิ้งซื่อออกมา เรื่องนี้แม้ไร้ซึ่งความโกลาหล แต่ก็นับว่าลงมือได้ดุดันเด็ดขาด ฝ่าบาทย่อมทรงทราบเรื่องนานแล้ว”
จิ้งซินหมัววางกล้องยาสูบลง น้ำเสียงราบเรียบดุจบ่อน้ำนิ่งสนิท “ต้นสายปลายเหตุ ข้าสืบรู้กระจ่างแล้ว ไม่จำเป็นต้องสาธยายให้มากความ ที่น่าสนใจคือคุณชายจ้าวหนิงนั่นต่างหาก การผสานพระเดชพระคุณนับว่าล้ำลึก อายุเพียงสิบหกกลับมีเล่ห์เหลี่ยมและสภาวะจิตใจถึงขั้นนี้ ช่างหาได้ยากยิ่ง ดูท่า… ภายภาคหน้าเด็กคนนี้จะรับมือยากยิ่งกว่าเจิ้นกั๋วกงเสียอีก”
ผู้มาเยือนก้มหน้ารับคำ ตอบคำถามอีกเพียงสองสามประโยค ก่อนจะเร้นกายล่าถอยออกไป
“คดีละแวกหอเฟยเสวี่ยในตรอกผิงคัง ตกลงเป็นฝีมือผู้ใด สืบได้ความหรือยัง” คล้อยหลังสายข่าวจากกองบัญชาการฯ จิ้งซินหมัวพลันเรียกขันทีระดับหัวหน้างานเข้ามาไต่ถามเสียงขรึม
“เรียนท่านบรรพชน การปะทะเกิดขึ้นกะทันหันยิ่ง ยอดฝีมือระดับวิญญาณต้นกำเนิดกลุ่มนั้นทั้งร้ายกาจและล่าถอยอย่างรวดเร็ว พ้นเขตตรอกผิงคังไปได้ไม่ไกลก็ไร้ร่องรอย คาดว่าคงกลืนหายไปกับฝูงชน ซ้ำยังมีผู้คอ