เลี้ยงเธอก่อนเถอะ เราคงได้เงินกันไม่น้อย!”“พูดถึงหลินโหยวเจิน เขาหน้าตาเหมือนเธอมากเลยนะ”“นายนี่มันไม่เอาไหนเลย มิน่าคนอื่นถึงได้ดูถูกเรา ตัวเองยังไม่ยอมทำตัวให้เป็นนักข่าวเลย”กู่เลี่ยงหัวเราะ “อุดมการณ์ยาวไกลจริงๆ เป็นปาปารัสซี่แล้วยังอยากให้คนอื่นมองเธอเป็นนักข่าวอีกเหรอ?”“ข่าวบันเทิงก็เป็นข่าวเหมือนกันนี่!”“เฮ้อ ฉันว่าหลินโหยวเจินคนนี้นี่เหมือนเธอมากเลยนะ เอาแบบนี้ไหมเธอก็ไปปลอมตัวเป็นเขา หาอาเสี่ยมาถ่ายรูปด้วยสักสองรูป แล้วก็จะได้กลับไปรายงาน เธอว่าความคิดฉันเป็นไง?”“นายโง่หรือไง ถ้าให้ฉันปลอมเป็นเขา ไปตัดริบบิ้นเปิดงานตามเมืองเล็กๆ หลอกเอาเงินมันจะไม่คุ้มกว่าหาอาเสี่ยมาถ่ายรูปแล้วเอาไปรายงานหรือไง?”“ความคิดนี้ใช้ได้นี่ ถึงตอนนั้นอย่าลืมพาฉันไปด้วยล่ะ จะกินเนื้อคนเดียว ซุปก็ไม่แบ่งไม่ได้นะ”“มาแล้วๆ!” อวิ๋นตั่วมองไปข้างหน้า ตรงประตูร้านอาหารมีคนสี่ห้าคนยืนอยู่ หลินโหยวเจินใส่แว่นกันแดดกับผ้าปิดปาก ปิดแน่นหนามิดชิดทั้งตัว“อากาศร้อนขนาดนี้ ปิดมิดชิดแบบนั้นไม่กลัวป่วยเอาหรือไง” กู่เลี่ยงอดกระซิบไม่ได้“พวกเธอขึ้นรถแล้ว ยังไม่เห็นผู้ชายคนนั้นเลย”“จะตามไหม?”“ก็ต้องตามน่ะสิ ที่สาธารณะแบบนี้นายหวังว่าเธอจะให้ข่าวอะไรนายได้”กู่เลี่ยงสตาร์ทรถ การขับตามมาเซราตินั้นช่างเป็นเรื่องยาก เขาเริ่มสบถด่าหัวหน้าของตัวเอง “หม่าต้าเก้อนี่ไร้นํ้าใจชะมัด เราหาข่าวดีๆ ให้เขาตั้งเยอะ แต่จนตอนนี้ก็ยังไม่ร