่าห่วงพี่เลย ห่วงเรื่องของตัวเองก็พอแล้ว โอเค๊?”อวิ๋นตั่วไม่รู้สึกโอเคเลยสักนิด เธอรู้สึกว่าอวี่เจ๋อทำแบบนี้กับพี่ชายเธอไม่ยุติธรรมเลย อวี่ซีกับอวิ๋นเฉียวต่างก็โตแล้ว พวกเขามีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจด้วยตัวเอง ที่อวี่เจ๋อทำหน้าบูดบึ้งไม่พอใจแบบนั้นมันคืออะไรกัน? แค่เขามองว่าพี่เป็นหนุ่มเจ้าสำราญไปแล้ว ชาตินี้จะไม่มีทางกลับตัวได้อีกเลยเหรอไง?เธออยากจะไปคุยกับอวี่เจ๋อสักหน่อยพอถึงหอพักของอวี่เจ๋อ ก็เห็นว่าเขากำลังจัดสัมภาระไปเทียนจินอยู่ พอเขาเห็นเธอแล้วก็ส่งยิ้มให้ “จัดกระเป๋าเรียบร้อยหรือยัง? น่าจะประมาณหนึ่งสัปดาห์ เธอเอาเฉพาะเสื้อผ้าไปเยอะๆ หน่อยนะ”อวี่เจ๋อเหงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าของอวิ๋นตั่วตึงเครียดไม่มีความตื่นเต้นดีใจที่จะได้ไปไกลบ้าน แต่เมื่อวานเห็นชัดๆ ว่ายังดีใจ ตื่นเต้นที่จะได้ไปด้วยกันกับเขาอยู่เลยนี่?“เป็นอะไรไป ใครทำให้เธอโกรธเหรอ?”“พี่คิดว่าที่พี่ทำแบบนั้นกับพี่ชายหนูเมื่อวานนี้ มันไม่เกินไปหน่อยเหรอคะ?”ที่แท้ก็เรื่องนี้เอง อวี่เจ๋อวางเสื้อผ้าในมือลง “เธอคิดว่าพวกเขาสองคนอยู่ด้วยกันเหมาะสมแล้วเหรอ?”“เหมาะสมไม่เหมาะสม ไม่ใช่เรื่องที่พี่จะตัดสินเองได้ หนูเองก็ตัดสินไม่ได้เหมือนกัน หนูคิดว่าถ้าพวกเขาอยากจะลองใช้เวลาด้วยกัน เราก็ไม่มีสิทธิ์ไปคัดค้าน”“เธอบอกว่าลองดู อย่างนั้นก็แปลว่าเธอก็ไม่มั่นใจว่าอวิ๋นเฉียวจะจริงจังหรือเปล่าใช่ไหม? เธอก็รู้จักพี่ชายเธอว่าเขาไม่อาจอยู่กับ