้องหรอก ให้ลุงหูไปก็ได้” ทันใดนั้นชูยินก็พูดกับอวิ๋นตั่ว “ลูกก็ควรไปสอบใบขับขี่ได้แล้วนะ โตป่านนี้แล้ว ขับรถก็ไม่เป็น น่าขายหน้า!”“น้องสาวลงมือปฏิบัติไม่เก่งมาตั้งแต่เด็ก ทั้งชีวิตนี้สอบไม่ผ่านหรอกครับ” อวิ๋นเฉียวพูดอวิ๋นตั่วจึงบอกว่า “อย่าดูถูกคนอื่นสิคะ พรุ่งนี้หนูจะไปสอบให้พี่ได้เห็น”“พรุ่งนี้โรงเรียนสอนขับรถหยุดทำการ เธอจะไปสอบที่ไหน?” อวิ๋นเฉียวยืนขึ้น ตบหัวอวิ๋นตั่วเบาๆ “ไปเตรียมตัวคำนับอาจารย์ของเธอเถอะไป”อวิ๋นตั่วลูบหัว แล้วฟ้องชูยิน “คุณแม่ดูสิคะ พี่เล่นหัวหนูอีกแล้ว”ชูยินเตือนลูกชาย “อย่าเล่นหัวน้อง ตอนนี้น้องโตเป็นสาวแล้วนะ”“รู้แล้วครับ ตอนนี้มีแค่อวี่เจ๋อที่ลูบหัวเธอได้ น้องสาวที่ผมเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก วันหนึ่งก็ไปสนิทสนมกับผู้ชายแปลกหน้าคนอื่น หัวใจผมหนาวเหน็บเหลือเกิน!” อวิ๋นเฉียวเสียดายเล็กน้อย“พี่พูดมั่วอีกแล้ว พี่เคยเลี้ยงหนูตอนไหนกัน ตั้งแต่เด็กก็เอาแต่แย่งของเล่นหนู หลอกหนูให้กินโดนัททุกวัน นึกว่าหนูไม่รู้เหรอ?”“คุณแม่ครับ ดูสิว่าน้องอกตัญํูไหม ไม่จำเรื่องดีๆ ที่ผมทำให้สักนิดเลย!” อวิ๋นเฉียวบ่นกับชูยิน “คุณแม่พูดอะไรที่ยุติธรรมหน่อยสิครับ ตอนเด็กผมดูน้องบ่อยใช่ไหมครับ?”“ใช่แล้ว ตอนลูกเป็นเด็ก อวิ๋นเฉียวดูแลลูกทั้งวัน” แม่บ้านหลิวยกชามาเสิร์ฟสามแม่ลูกก็พูดขึ้นว่า “ตอนนั้นธุรกิจของคุณผู้ชายกำลังเริ่มไปได้ดี ป้าทั้งทำกับข้าวทั้งกวาดห้อง ไม่มีเวลาดูแลหนู จึงพูดกับอวิ๋