ขณะที่อวิ๋นตั่วเตรียมจะออกไปโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นข้อความเข้าว่า…รอก่อน เธอถึงได้หันไปมองลั่วเสวี่ยกับฉงหรงแล้วบอกว่า “พวกเธอไปก่อนเลยฉันมีเรื่องต้องทำนิดหน่อย”ลั่วเสวี่ยกับฉงหรงมีท่าทางเข้าใจขึ้นมาทันที“รู้แล้ว รู้แล้ว เราจะไปห้องสมุดก่อน เธอจะตามไปไหม จะให้จองที่ให้หรือเปล่า?”“ไม่เป็นไร วันนี้ฉันจะกลับบ้าน”“เธอจะกลับบ้าน?” ลั่วเสวี่ยนึกถึงอวิ๋นเฉียวขึ้นมาอัตโนมัติ “พี่ชายเธอจะมารับหรือเปล่า?”“ไม่มา ฉันกลับเอง”ฉงหรงที่เห็นอวี่เจ๋อกำลังเดินมา ก็ดึงลั่วเสวี่ยแล้วบอก “เราไปกันเถอะ”“อยู่มหา‟ลัยเดียวกันนี่สะดวกจริงๆ!” เทียนอี้กระซิบคำที่ทำเองฉงหรงตบเจ้าตัวเข้าไปเต็มแรง “เกี่ยวอะไรกับนายด้วย ไปเร็วๆ เลย!”ฉงหรงดึงเทียนอี้เดินออกไปข้างนอก คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าคนอย่างฉงหรงจะแรงเยอะขนาดนี้เทียนอี้เองก็ตะโกนขึ้นมาเสียงลั่น “เธอกำลังฝึกยกนํ้าหนักอยู่ใช่ไหมเนี่ยเพราะทีมชาติไม่เอาสินะ ถึงได้มาเข้ามหา‟ลัย C!”อวิ๋นตั่วมองทั้งสองคนนั้นแล้วก็ยิ้มไม่หุบ อวี่เจ๋อที่เดินมาหยุดตรงหน้าถึงกับต้องเคาะโต๊ะเรียก “ตลกมากเหรอ?”“พี่ไม่รู้สึกเหรอคะว่าเทียนอี้กับฉงหรงน่ะเหมาะสมกัน?”อวิ๋นตั่วถามอวี่เจ๋ออวี่เจ๋อขมวดคิ้ว ไม่ชอบใจที่อวิ๋นตั่วไปยุ่งเรื่องของเทียนอี้ เขารู้ว่าเทียนอี้มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ ที่จริงทั้งเขา อวิ๋นตั่ว เทียนอี้ ต่างก็รู้เรื่องนี้ดี ไม่ไปยุ่งเรื่องเขา เขาก็ยังหาเรื่องพยายามเข้ามาตีสนิทอวิ๋นตั่วจน