การนินทาหลิวอวี่เจ๋อในระหว่างทาสีห้องเป็นไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งฟ้ามืด ผนังทั้งสี่ด้านก็เกือบจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว อวี่ซีสั่งบะหมี่มาสองถ้วย ทั้งคู่ก็นั่งกินอาหารด้วยกันบนโต๊ะ ในระหว่างนั้นอวี่ซีก็นำหมูแดงย่างของตัวเองให้อวิ๋นเฉียว อวิ๋นเฉียวก็ส่งลูกชิ้นหมูของตัวเองให้อวี่ซีเช่นกัน บรรยากาศนั้นดูเป็นมิตรกันมาก“ฉันว่าเธอนิสัยดีมากเลยนะ ไม่บอบบางด้วย ในอนาคตถ้าฉันจะต้องแต่งงาน ฉันจะแต่งกับเธอ” อวิ๋นเฉียวพูด“ฉันว่านายก็พอใช้ได้เหมือนกัน ทนความลำบากได้ ไม่เหมือนพวกลูกคุณหนูบางคนที่ตีค่าตัวเองสูงส่ง แต่ความสามารถไม่ถึง ถ้าฉันหาคนแต่งด้วยไม่ได้จริงๆ แต่งกับนายก็ไม่เลวเหมือนกันนะ” อวี่ซีพูดทั้งสองมองหน้ากันแล้วยิ้มอวิ๋นเฉียวจึงบอกว่า “ถ้าอย่างนั้นเอาแบบนี้ละกัน พวกเรามากำหนดอายุกัน ถ้าตอนนั้นยังโสดอยู่ทั้งคู่ เราก็มาอยู่ด้วยกัน”อวี่ซีคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “สิบปีไหมล่ะ?”อวิ๋นเฉียวหยุดคิด แล้วพูดว่า “สิบปีหลังจากนี้ ฉันก็สามสิบแปดแล้ว ปัดเศษไปอีกนิดก็สี่สิบแล้ว ควรจะมีครอบครัวซะที”“สิบปีหลังจากนี้ ฉันก็อายุสามสิบหก จะวิ่งเข้าเลขสี่เหมือนกัน” อวี่ซีพูด“ผู้หญิงอายุสี่สิบเหมือนกากเต้าหู้ ผู้ชายอายุสี่สิบเอ็ดเหมือนดอกไม้เบ่งบาน ถึงตอนนั้นฉันก็ขาดทุนแย่น่ะสิ” อวิ๋นเฉียวพูดพออวี่ซีได้ยินก็เริ่มไม่พอใจ “นายมีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าตัวเองขาดทุนนายลองคิดดูนะว่าทั้งชีวิตนาย อย่าว่าแต่สิบปีหลังจากนี้เ