ีอารมณ์จะมาเถียงกับอวิ๋นตั่ว เธอหยิบเอาซาลาเปาไปกินพอกินซาลาเปาในมือหมด เธอก็ถึงสังเกตเห็นถึงสีหน้าไม่แฮปปี้ของอวิ๋นตั่ว นึกถึงเมื่อวานที่ตัวเองเมาแล้วอวิ๋นตั่วพาตัวเองกลับมาก็คิดว่ายังไงก็ต้องแสดงออกบ้างสักหน่อย“เมื่อวานน่ะ ขอบใจมาก”“เรื่องเมื่อวานน่ะอย่าพูดถึงเลย เธอสร้างเรื่องให้ฉันรู้บ้างหรือเปล่า?”สือเหยียนไม่รู้อะไรเลยสักนิด “ทำไม?”อวิ๋นตั่วเล่าเรื่องเมื่อวานที่เทียนอี้ทำตัววุ่นวายจนต้องอยู่ต่อให้สือเหยียนฟัง คนฟังก็กลั้นหัวเราะ “แล้วหลังจากนั้นล่ะ พวกเธอก็ให้เขาอยู่หอต่อเหรอ?”“ถามโง่ๆ ให้ผู้ชายอยู่ค้างในหอพักหญิง เราไม่อยากมีปัญหากับมหา‟ลัยหรอกนะ”“ในเมื่อแผนชั่วของเขาไม่สำเร็จแล้วเธอจะโมโหเรื่องอะไรล่ะ?”“เขากลับไปก่อนปิดไฟ ฉันเองก็นอนแล้ว เขาฉวยโอกาสตอนที่ฉันหลับแล้วรับสายของอวี่เจ๋อ”“เธอกลัวหลิวอวี่เจ๋อเข้าใจผิด?”“ถ้าเป็นเธอ เธอจะเข้าใจผิดไหมล่ะ?”สือเหยียนคิดตามอยู่ครู่หนึ่ง “เข้าใจผิดก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย แค่อธิบายให้เข้าใจก็โอเคแล้ว เขาเป็นถึงรองศาสตราจารย์ คงไม่ตกหลุมพรางของเด็กคนหนึ่งหรอกน่ะ”ฟังแล้วอวิ๋นตั่วก็รู้สึกว่ามีเหตุผล จากสมองระดับอวี่เจ๋อแล้วไม่น่าจะถึงขั้นตกหลุมพรางของเทียนอี้ได้ พอคิดแบบนี้เธอก็หงอยลงอีก หรือว่าถึงจะรู้ว่ามีผู้ชายอยู่ในหอกับเธอทั้งคืน เขาก็ยังจะเฉยๆ อย่างนั้นเหรอ? ไม่มีอารมณ์อะไรเลยสักนิดเหรอ? แบบนี้จะมีสติมากเกินไปหน่อยไหม?เธออยากถามสือเหยียน