เทียนอี้รู้สึกว่าคนอย่างฉงหรงคงพูดอะไรดีๆ ออกมาไม่ได้แน่ ความรู้สึกของเขากับอวิ๋นตั่วมันค่อยๆ สะสมมาอย่างช้าๆ ถูกทิ้งไว้ในโรงเรียนด้วยกันลอกการบ้านมาด้วยกัน ทะเลาะมาด้วยกัน ปีนกำแพงมาด้วยกัน ความรักแบบนี้แม้แต่หลิวอวี่เจ๋อก็เทียบไม่ได้ แล้วฉงหรงจะไปรู้อะไร? เทียนอี้เชื่อว่าถ้าเขารู้จักอวิ๋นตั่วก่อน อวิ๋นตั่วจะต้องเลือกเขาอย่างแน่นอน ไม่ใช่ไปเลือกคนหน้าตาจริงจังนั่น เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าหลิวอวี่เจ๋อมีอะไรดี ไม่ว่ากับใครก็นิ่งเฉย ไม่รู้สึกรู้สา ราวกับคนไร้อารมณ์อย่างไรอย่างนั้นขณะที่กำลังจัดเรียงข้อเสียของอวี่เจ๋ออยู่ในใจนั้น โทรศัพท์ของอวิ๋นตั่วก็ดังขึ้น เทียนอี้ลั่วเสวี่ยกับฉงหรงแทบจะหันมาพร้อมกัน หน้าจอโชว์ว่าอาจารย์หลิวโทรมา“อาจารย์ตอนม.ปลายของพวกเธอเหรอ?” ลั่วเสวี่ยหันมองเทียนอี้เทียนอี้ใช้แผนซ้อนแผน เอาโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย “ฮัลโหล ผมหยูเทียนอี้!”อวี่เจ๋อที่อยู่ปลายสายผงะตกใจ เวลาแบบนี้ทำไมเด็กนี้ถึงอยู่กับอวิ๋นตั่วได้ แถมยังมารับโทรศัพท์เธออีก นี่มันอะไรกัน?“เทียนอี้ อวิ๋นตั่วล่ะ?” อวี่เจ๋อสงบสติอารมณ์ บอกตัวเองให้สงบลงเด็กนี่เป็นคนปลิ้นปล้อน เขาจะตกหลุมพรางของฝ่ายนั้นไม่ได้“อวิ๋นตั่วนอนแล้ว”“นายอยู่ไหน?”“หอพักอวิ๋นตั่ว”“อืม! ช่างเถอะ ฉันวางล่ะ บาย!”ในเวลาแบบนี้ ที่หอพักของอวิ๋นตั่ว และอวิ๋นตั่วก็นอนแล้ว อวี่เจ๋อคิดไม่ออกเลยว่าทำไมถึงมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้? อวี่เจ๋อเดินวนกล