พอถึงทางเข้าหอพัก เทียนอี้ก็ยังไม่ไปไหน อวิ๋นตั่วจึงแปลกใจ “นายยังจะตามพวกเราเข้าหอพักอีกเหรอ?”เทียนอี้จึงบอกว่า “ตอนไปกินข้าวกับฉันสือเหยียนดื่มจนเมา ฉันก็ต้องรับผิดชอบเธออยู่แล้ว ฉันอยากอยู่ดูแลเธออยู่ที่นี่”ลั่วเสวี่ยอุทานอย่างตกตะลึง “นายเป็นบ้าไปแล้วเหรอไง! อยากอยู่ที่หอพักหญิงเนี่ยนะ?”“ฉันรู้แล้ว เจตนาเดิมเขาไม่ได้เป็นแบบนี้หรอก เกรงว่าเป้าหมายของเขาจะไม่ใช่สือเหยียน แต่เป็นเธอน่ะสิ!” ฉงหรงพูดกับอวิ๋นตั่วอวิ๋นตั่วพูดกับเทียนอี้ “รีบกลับไปในที่ที่นายควรจะไปเถอะ ถ้าตามมาอีกฉันจะตะโกนเรียกคุณป้าคุมหอนะ!”“เธอลองตะโกนสิ พวกเธอไปดื่มเหล้ากลางดึก ฉันเจตนาดีมาส่งพวกเธอ เธอดันจะตะโกนเรียกคุณป้า มาดูกันสิว่าใครจะซวย?”“หน้าเนื้อใจเสือจังเลยนะ!” ฉงหรงด่าเทียนอี้หัวเราะอย่างภาคภูมิใจ “พวกเราแอบเข้าไปเงียบๆ เถอะ อย่าให้ใครจับได้ ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา มันจะไม่ดีกับใครทั้งนั้น โดยเฉพาะสือเหยียน เธอเป็นคนที่ไม่ยอมเสียหน้ามากนะ ถ้ารอให้สือเหยียนสร่างเมาแล้วรู้ว่าพวกเธอนำเรื่องที่เธอเมาไปบอกให้ทั้งโลกรู้ พวกเธออาจจะโดนฆ่าก็ได้นะ!ฉันไม่ได้ขู่ อวิ๋นตั่วน่าจะเข้าใจความเจ้าอารมณ์ของเธอดี”ฉงหรงกับลั่วเสวี่ยมองอวิ๋นตั่วพร้อมกันอวิ๋นตั่วประคองสือเหยียนไปไว้บนหลังเทียนอี้ “นายแบกเธอเข้าไป”ตอนที่แบกสือเหยียนมาถึงห้องพัก เทียนอี้ก็เหงื่อแตกพลั่กแล้ว เขาถือโอกาสนั่งลงบนเตียงอวิ๋นตั่ว อวิ๋นตั่วก็รีบฉุดเข