อวิ๋นเฉียวกำลังขับรถ ก็รู้สึกอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก ไม่ต้องบอกว่าทรมานขนาดไหน“เธอจะอาศัยรถฉันก็บอกสิ ฉันแวะไปส่งเธอก็ไม่เป็นไรหรอก ยังไงก็สนิทกันมาหลายปีไม่ใช่หรือไง? เธอมาสวมรอยเป็นแฟนฉันแบบนี้ มันสุดเอ๋ยสุดจะทนจริงๆ!”“โอ้โห ดูเป็นปัญญาชนแล้ว พูดว่าสุดเอ๋ยสุดจะทนได้ด้วย!”“เธอจริงจังหน่อยได้ไหม ฉันกำลังคุยกับเธออยู่นะ?”“ถ้านายอยากจะจริงจัง งั้นฉันพูดกับนายจริงๆ ก็ได้ นายน่ะเป็นลิงชิมแพนซีหรือไง ไม่เลือกเวลาไม่เลือกสถานที่ พอเห็นผู้หญิงก็เกิดอาการกำหนัดเหรอ? นั่นเป็นเพื่อนน้องสาวนายนะ เคยคิดบ้างไหมว่าถ้านายส่งสายตาให้เธอแล้วเกิดได้คบกันขึ้นมา พอคุณชายอย่างนายผ่านช่วงโปรโมชั่นไปแล้ว ก็ไม่อยากสนใจเธออีก แล้วแบบนั้นอวิ๋นตั่วจะทำยังไง? เธอยังจะเจอหน้าเพื่อนได้อีกเหรอ?”อวิ๋นเฉียวรู้ว่าตัวเองไม่มีเหตุผล แต่อวี่ซีไม่จำเป็นต้องพูดขนาดนี้ก็ได้นี่แค่นี้เขาก็สำนึกผิดแล้ว เขาพูดแก้ต่างให้ตัวเองว่า “ก็แค่พูดไม่กี่คำเอง จะไปทำให้อวิ๋นตั่วลำบากได้ยังไงกันเล่า?”“จนตายก็แก้นิสัยไม่ได้ ฉันได้ยินหมดแล้วเรื่องที่นายหน้าไม่อายชวนเขาไปกินข้าวน่ะ”“ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ ในฐานะที่ฉันเป็นพี่ชายของอวิ๋นตั่ว ชวนเพื่อนของน้องไปกินข้าว เพื่อให้พวกเธฮดูแลน้องฉันดีๆ มันก็สมเหตุสมผลนี่นา!”“เหตุผลที่นายชวนเขาไปกินข้าวล่ะ นายก็รู้ ฉันก็รู้ อวิ๋นตั่วก็รู้
แล้วนักศึกษาหญิงสองคนนั้นจะไม่รู้ได้เหรอ ถ้านายจะหลอกทั้งตัวเอ