ุ่งนี้ไปทั้งวัน ตอนเรียนก็ไม่ค่อยมีสมาธิ กินข้าวก็ไม่ค่อยสนใจจะกิน เรื่องที่เธอสนใจทำที่สุดคือหมุนไปมาอยู่หน้ากระจก เอาเสื้อผ้าทั้งหมดที่มีมาลองเมื่ออดทนหิวมาสองวันเต็มๆ แต่เธอก็ยังเป็นห่วงว่ารูปร่างตัวเองจะยังดีไม่พอ เอวจะยังบางไม่พอ สองมือของเธอจับอยู่ที่เอว ถอนหายใจออกมายาวๆ “พวกเธอว่าทำยังไงเอวฉันถึงจะคอดกว่านี้?”ฉงหรง “ฉันแนะนำให้เธอกินข้าวสักหน่อยนะ ไม่งั้นอาจจะเป็นลมไปตั้งแต่ยังไม่ถึงร้านหม้อไฟก็ได้ อีกอย่างฉันได้ยินว่าไปกินหม้อไฟตอนท้องว่าน่ะมันไม่ดีต่อสุขภาพ มันอาจจะทำให้เลือดออกในกระเพาะได้ง่าย”ลั่วเสวี่ย “พวกเธอน่ะไม่เข้าใจ หิวจนตาลายเป็นลมน่ะยังดี ให้ความรู้สึกบอบบางน่าทะนุถนอมดีออก”ฉงหรงถอนหายใจ “มันไม่ได้ช่วยอะไรหรอกนะ”อวิ๋นตั่วนั่งอยู่บนเตียง เอนตัวใช้สองมือคํ้าที่ขอบเตียง สองขาแกว่งไปมา“ปล่อยให้หิวแบบนี้ ถ้าเป็นลมไประหว่างทางก่อนถึงร้านหม้อไฟจะทำยังไง?”ลั่วเสวี่ยหันมองอวิ๋นตั่ว “เธอพูดมีเหตุผล”“ฉันมีไอเดียดีๆ ล่ะ” อวิ๋นตั่วว่า“ไอเดียอะไร?”“พาฉัน ฉงหรงกับสือเหยียนไปด้วยสิ ถ้าเธอเป็นลมไปก็ยังมีคนช่วย!”สือเหยียนรีบแทรกขึ้น “ไม่ต้องพาฉันไป ฉันไม่ไป”ลั่วเสวี่ยเองก็รีบปฏิเสธ “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ คิดจะจูงแพะติดมือ*สินะ ฉันไม่มีทางพาเธอไปด้วยหรอก!”“ทำคุณบูชาโทษชะมัด”ก่อนออกไปกินข้าว ลั่วเสวี่ยยังส่องกระจกอีกหลายครั้ง มองด้านซ้าย
รู้สึกว่าคนในกระจกนี่ช่างไร้