เทียนอี้โมโหจนตัวสั่น “ด่าใครว่าลามก**!** คิดว่าฉันอยากจะเอาเปรียบเธอหรือไง? ไม่ดูหน้าตาตัวเองเลยสักนิด ผิวก็ดำอย่างกับหลี่ขุย อกก็แบนอย่างกับที่ราบม้าวิ่ง ถึงฉันจะลามก แต่ก็ไม่คิดจะชอบเธอหรอกนะ**!”**เมื่อพูดกับฉงหรงจบก็หันไปหาอวิ๋นตั่ว “เพื่อนเก่าเจอกันก็อยากจะกอดสักหน่อย ทำไมเธอต้องหลบด้วย?”อวิ๋นตั่ว “นายอยากกอดฉันแล้วฉันต้องกอดนายด้วยหรือไง ถามความสมัครใจฉันสักคำหรือยัง?”“เธอรู้จักเขาเหรอ?” ฉงหรงถามอวิ๋นตั่ว“ก็ไม่ได้สนิทสักเท่าไหร่หรอก”เทียนอี้กลอกตา “มีคำกล่าวไว้ว่า „ถ้าวันหนึ่งฉันรวย ฉันจะไม่ลืมทุกคน‟ แต่เธอยังไม่ทันรวยก็ลืมกันซะแล้วเหรอ?”ฉงหรง “ไม่เคยเจอใครหน้าหนาอย่างนายมาก่อนเลยจริงๆ คนเขาบอกว่าไม่สนิทก็ยังจะตามอยู่ได้”“ฉันพูดกับเธอหรือไง ต้องให้เธอเสนอตัวออกมาด้วยเหรอ? เป็นหัวหอมหรือไง ถึงได้พูดสอดคนอื่นขึ้นมาไม่รู้เรื่องน่ะ!” เทียนอี้ร้องออกมาอวิ๋นตั่วดูสถานการณ์แล้ว ถ้าปล่อยให้คุยกันต่อคงไม่แคล้วต้องมีการลงไม้ลงมือแน่ เทียนอี้ยิ่งไม่ใช่คนอ่อนโยนอะไรอยู่ด้วย เธอจึงรีบดึงเทียนอี้ไว้“ว่ามาสิ มาหาฉันมีเรื่องอะไร?”พอหันมาหาอวิ๋นตั่ว เทียนอี้ก็เปลี่ยนสีหน้าทันที “พวกเธอจะแสดงอะไรในงานเลี้ยงต้อนรับนักศึกษาใหม่?”“มาสืบข่าวเหรอ?”“เปล่าสักหน่อย ฉันแค่จะบอกว่าถ้าเธอไม่มีการแสดง งั้นเรามาร่วมมือกันดีไหม?”อวิ๋นตั่วเบะปาก “เพ้อเจ้อน่ะ เราจะร่วมมือกันได้ยังไง เราเรียนกันคนละสาขาวิชา”“ฉ