เวลานี้สือเหยียนหยิบเครื่องดื่มในมืออวิ๋นตั่วมาเองแล้วขวดหนึ่ง แล้วพูดด้วยนํ้าเสียงหยอกล้อว่า “อวิ๋นตั่วเธอหมายความว่าไงเนี่ย คนอื่นได้แต่ฉันไม่ได้เนี่ยะ จงใจจะแกล้งฉันใช่ไหม?”จ้าวเยว่มองลูกสาวด้วยความชื่นชม เธอโล่งอกแล้ว “แม่ก็จะกลับแล้วล่ะ สือเหยียน อวิ๋นตั่ว พวกเธอสองคนดูแลกันดีๆ นะ”อวิ๋นตั่วกับสือเหยียนรับปาก และพาจ้าวเยว่ไปส่งตรงทางลงบันได ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้ม แล้วเดินกลับหอพักโดยไม่พูดจาอะไร ต่างคนต่างจัดกระเป๋าของตัวเองนักศึกษาชายทีมโต้วาทีหกคนและรูมเมทอีกสองคนของอวิ๋นตั่วต่างก็รู้สึกประหลาดใจ แค่ช่วงเวลาสั้นๆ พอเข้ามาอีกครั้งบรรยากาศของทั้งสองคนก็ผิดปกติแล้ว ทำให้พวกเขาอดประหม่าขึ้นมาไม่ได้“เอ่อ พวกเรายังมีธุระอีกนิดหน่อย อวิ๋นตั่ว พวกเราไปก่อนนะ”พอนักศึกษาชายทีมโต้วาทีไปแล้ว ลั่วเสวี่ยกับฉงหรงก็หาข้ออ้างว่าจะไปซื้อของแล้วออกจากหอพักมาอวิ๋นตั่วนั่งลงบนเตียง หยิบหนังสือเล่มหนึ่งมาเปิดไปเรื่อยเปื่อย แล้วก็ได้ยินสือเหยียนพูดว่า “นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าเธอก็สอบเข้ามหา‟ลัย Cได้เหมือนกัน”พูดจากใจหรือพูดเหน็บแนม แน่นอนว่าอวิ๋นตั่วฟังดูก็รู้ เธอจึงยิ้มเบาๆแล้วพูดอย่างไม่ยอมแพ้ “เธอโมโหใช่ไหมล่ะ ตัวเองเสียแรงไปเยอะกว่าจะสอบเข้ามหา‟ลัย C ได้ แต่ฉันกลับเข้ามาได้ง่ายๆ เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก!”สือเหยียนนึกไม่ถึงว่าอวิ๋นตั่วจะหน้าด้านขนาดนี้ “เธอไม่รู้สึกละอายใจสักนิดเลยเหรอ คนอื่นเข้ามาโดยใช