ี่ยืนออกันตรงประตูเดินออกไปแล้ว ก็เหมือนกับหอพักสว่างไสวขึ้นมาทันที พวกเธอมองรุ่นพี่หกคนที่อยู่ในห้องแล้วพูดว่า “ขอบคุณรุ่นพี่ทุกคนมากนะคะ เก็บกวาดใกล้จะเสร็จแล้ว พวกพี่กลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ”“พี่ไม่เหนื่อยหรอกครับ”พวกรุ่นพี่ผู้ชายนั่งล้อมลงบนโต๊ะ หนึ่งในนั้นพูดขึ้น “ทำความรู้จักกันหน่อยดีกว่า พวกเราเป็นทีมโต้วาทีของมหาวิทยาลัย พี่ชื่อสวีเหว่ยครับ”สวีเหว่ยมองรุ่นน้องทั้งสองคนแล้วเอ่ยถาม “พวกน้องชื่ออะไรล่ะ?”“ฉันชื่อเหอลั่วเสวี่ย” คำพูดนี้ออกจากปากเด็กสาวผมยาว มัดผมหางม้า หัวเราะคิกคักขณะมองดูกลุ่มรุ่นพี่“เหอลั่วเสวี่ย ชื่อนี้สวยจังนะครับ สวยเหมือนน้องเลย” สวีเหว่ยชมเหอลั่วเสวี่ยหน้าแดงเล็กน้อย แล้วรีบก้มหน้าลงเด็กสาวผมสั้นข้างๆ ประเมินรุ่นพี่ทีละคน ทีละคนไปแล้วรอบหนึ่ง เธอได้ข้อสรุปขั้นแรกออกมาว่า คนหนึ่งอ้วน อีกคนหนึ่งผิวดำไป อีกสามคนที่เหลือหน้าตาไม่เข้ากับอายุ มีแค่สวีเหว่ยที่พอดูได้สวีเหว่ยถูกมองจนรู้สึกเขินเล็กน้อย คิดๆ ดูแล้วตัวเองก็หน้าด้านพอสมควร แต่ตอนที่ผู้หญิงคนนี้มอง คาดไม่ถึงว่าสายตาที่จ้องมาตรงๆ แบบนั้น ทำให้เขาต้านทานไม่ไหวแล้วจริงๆ“แล้วน้องคนนี้ชื่ออะไรครับ?” สวีเหว่ยถาม“ทำไมฉันต้องบอกพวกพี่ด้วยคะ แค่เพราะพวกพี่มาเช็ดกระจกกวาดพื้นให้แค่นี้น่ะเหรอ? คิดไปคิดมาก็ไม่ได้เก็บกวาดเพื่อฉันนี่นา ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่จำเป็นต้องรับนํ้าใจ ถูกไหมคะ?”นักศึกษาชายหกคนมองหน้ากันเลิกลั่